ข่าวกีฬา

ก็เหมือนเดิม.. “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รีสอร์ท & สปา”

หัวเรื่องคือคำ “เยาะเย้ย” ที่บรรดาแฟนบอลคู่แข่งต่างสถาปนาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคขาลง หลังหมดบารมีของขรัวเฒ่าระดับตำนานสโมสรที่ชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ภายใต้การนำทีมของ เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน ฮัล ผีแดงลดความน่าเกรงขามชนิดฮวบฮาบ เกมในบ้านที่เคยดุดันเด็ดขาด กลายเป็นสนามแจกแต้มแบบที่แฟนบอลทีมตัวเองรับไม่ได้

หลายๆสโมสรที่เคยเป็นลูกไล่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างพาเหรดผลัดกันมาลบ “คำสาป” หรือล้างสถิติเกมเยือนอันเลวร้ายได้ในช่วงของ 2 กุนซือคนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม “มนต์คลัง” ของ “โรงละครแห่งความฝัน” ดูจะไม่ฟื้นขึ้นมาง่ายๆ แม้ทีมจะเปลี่ยนถ่ายหัวเรือใหญ่มาเป็นคนที่ช่ำชองในการล่าความสำเร็จอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่
สิ้นเสียงนกหวีดกุนซือชาวโปรตุกีส สร้างสถิติอันไม่พึ่งประสงค์ ด้วยการเป็นผู้จัดการทีม “ผีแดง” ที่พาทีมเก็บชัยชนะในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้น้อยที่สุด นับตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก”

ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นในบ้านไปแล้ว 16 นัด แต่กลับคว้าชัยได้เพียง 6 เกม คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็เพียง 37.5% เท่านั้น

ที่สำคัญการไล่ตีเจ๊า เอฟเวอร์ตัน ด้วยลูกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ทำให้ “ผีแดง” เสมอไปแล้วถึง 9 นัดในบ้าน คิดเล่นๆ เป็นการทำแต้มหลุดมือไปแล้วถึง 21 จาก 48 คะแนนเต็ม

เชื่อเหลือเกินว่าคุณผู้อ่านที่เป็นสาวก “เรด อาร์มี่” ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้คงจะ “หดหู่” กว่าเดิม

พูดถึงเกมเมื่อคืนวันพุธ จริงๆแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมได้ดี มีเกมรุกที่เหมือนจะหลากหลาย ได้หลุดไปในเขตโทษคู่แข่ง 2 หน และมีลุ้นจากลูกยิงไกลของ เจสซี่ ลินการ์ด
ทว่าหลังไปพลาดเสียประตูจากลูกเตะมุม เหมือนเกมรุกของ “ผีแดง” จะช็อตไปดื้อๆ

แม้จะ 2 คานจาก เอร์เรร่า และ ป็อกบา แต่ภาพรวมมันดูค่อนข้างไร้มิติ โดยเฉพาะเกมครึ่งหลังที่ยิ่งเล่นยิ่งเหมือนไม่ได้ดู แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เป็นทีม “จอมโหด” วิมเบิลดัน ในยุค 90 เสียมากกว่า

จังหวะลุ้นประตูทำได้แค่โยน หรือบอมบ์เข้าไปในเขตโทษ โหม่งได้ก็โหม่ง โหม่งไม่ได้ก็คืนมาให้แถวสองลุ้นยิงไกล มารูยาน เฟลไลนี่ แทบจะกลายเป็นกองหน้าอีกคนหลังประจำการอยู่แต่ในเขตโทษของ เอฟเวอร์ตัน

สิ่งที่หายไปชัดเจนคือการเลี้ยงกินตัว ลินการ์ด ไม่ต้องพูดถึงแทบจะไม่ผ่านใครเลย ขณะที่ มคิตาร์ยาน ที่ลงสนามครึ่งหลังก็แทบไม่ต่างกัน แรชฟอร์ด ทำได้ดีสุดก็แค่ “วูบวาบ” ในช่วงต้นเกม

การขาดตัวที่ Of The Ball หรือตัวที่จ่ายบอลได้เปรียบอย่าง ฆวน มาต้า ทำให้การชิงพื้นที่ หรือการทำชิ่งหน้าเขตโทษแทบไม่มีเลย
ผมเคยเขียนรีวิวหลังเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ สโต๊ค รวมถึงอีกหลายๆเกมที่พวกเขาเล่นในบ้านแต่ได้แต้มเดียว ว่าถึงผลลัพธ์จะไม่โอเค แต่รูปแบบการเล่นก็ไม่ได้เสียทรง มีเพียงจังหวะสุดท้ายที่เป็นปัญหา

แต่ในเกมนี้มันคือความ “แตกต่าง” เพราะไม่ใช่แค่ไล่ตีเสมอแบบทุลักทุเล แต่ความน่าประทับใจกลับไม่มีอะไรให้พูดถึง

หลังเกมมีการเปิดเผยสถิติระหว่าง มูรินโญ่ และ หลุยส์ ฟาน ฮัล โดยเทียบจากฤดูกาลแรกที่ทั้งคู่คุมทีมถึง 29 เกมในลีก ผลปรากฎว่าเป็นทางกุนซือชาวดัตช์ ทีพาทีมชนะและเก็บแต้มได้มากกว่า (56 ต่อ 54 คะแนน)

งานนี้เลยไม่รู้ว่าจาก หลุยส์ ฟาน ฮัล มายัง โจเซ่ มูรินโญ่ ตอนนี้ “ผีแดง” ดีหรือแย่กว่าเดิมกันแน่

Please follow and like us:
0

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *