เมษายน 2017

ชายถูกตำรวจจับยิงปืนขึ้นฟ้า เผยแค่ยิงขู่คนที่เข้ามาทำร้าย

เมื่อเวลา 15.00 น. (25 เม.ย.) พ.ต.ท.ปวัชร์ชัย สุดสคร รอง ผกก.ป. สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรุดตรวจสอบเหตุใช้อาวุธปืนยิง เหตุเกิดภายในซอยอรุโณทัย ถนนพัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในที่เกิดเหตุห่างจากถนนพัทยาประมาณ 100 เมตรเข้าไปในซอย พบนายมนัส อายุ 52 ปี สภาพบริเวณหน้าผากแตก ศีรษะด้านหลังฟกช้ำ ตรวจสอบภายในรถยนต์โตโยต้าคัมมี่ สีดำเทา ทะเบียน ษฒ-716 กทม. จอดอยู่ ภายในรถพบปืนออโต้เมติก 1 กระบอก มีทะเบียน พร้อมลูกกระสุน 10 ลูกเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดและควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา

จากการสอบสวนนายมนัส เล่าว่า ขณะขับรถเข้ามาในซอยได้มีรถยนต์ขับแซงแล้วมาให้คำหยาบ ก่อนตนเองขับตามไปแล้วบอกว่าทำไมต้องพูดจาแบบนั้น แต่คนขับรถคนดังกล่าวซึ่งเป็นกะเทยยังด่ากลับมาอีก ตนเองท่าไม่ดีเพราะกะเทยคนดังกล่าวพยายามหาอะไรในรถไม่รู้

ในขณะที่ตนกำลังเดินกลับรถได้มีวิน จยย.มาจากไหนไม่รู้เอาหมวกกันน็อคมาตีเข้าที่ใบหน้าและศีรษะจนตนได้รับบาดเจ็บตนจึงกลับไปที่รถ นอกจากนั้นวินยังบอกว่าทำไรพี่กู และ วิน จยย.ยังไม่ยอมหยุดตามมาใช้หมวกกันน็อคตีตนที่รถ ตนจึงหยิบปืนกับแม็กกระสุนที่อยู่คนละที ก่อนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด วิน จยย.เห็นถ้าไม่ดีรีบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุพร้อมกะเทยคนดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาสอบสวนพบว่าอาวุธดังกล่าวมีทะเบียนถูกต้อง แต่ยิงปืนในที่สาธารณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ฮือฮา เด็กเล่นน้ำเหมือนถูกดึงขา ดำไปดูเจอรูปปั้นเจ้าแม่นาคี

ชาวบ้านฮือฮา รูปปั้นเก่าแก่โผล่ขึ้นลำน้ำชีขอนแก่น ชาวบ้านแห่กราบไหว้ขอโชคลาภกันอย่างเนืองแน่น เชื่อว่าเป็นพระนางอุมาราวดี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด

สืบเนื่องจากเฟซบุ๊ค บุญตา สุดโต ได้ลงข้อความในโลกโซเชียลว่า พบพระพุทธรูปมีพญานาคปกป้องคุ้มครอง 1 องค์ ได้นำขึ้นมาจากลำน้ำชี ในเขตพื้นที่บ้านชีวังแคน หมู่ 13 ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรนี จ.ขอนแก่น ซึ่งได้นำมาตั้งบวงสรวงอยู่ในวัดป่าสวรรค์คงคาราม จึงได้ไปตรวจสอบในสถานที่ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าตรงหน้าอุโบสถ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมาดูและกราบไหว้อย่างเนืองแน่นตลอดเวลา โดยด้านหน้าอุโบสถจะเขียนว่า “ขอเชิญบริจาคดอกไม้, ธูป, เทียน เพื่อสมทบทุนสร้าง “หอโฮง” ให้พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด”

เมื่อเข้าไปในอุโบสถพบว่า มีพระอาจารย์ประเสริฐ คุณสุวณโณ อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าสวรรรค์คงคาราม ได้จัดตั้งให้มีการทำพิธีบวงสรวงพระพุทธรูปพระนางอุมาราวดีเทวี โดยพระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุประมาณ 100 กว่าปี พระนางนั่งพับเพียบทรงศีล มีพญานาคอยู่ด้านหลัง ชูเศียรปกป้องคุ้มครอง ความสูง 13 นิ้ว ฐาน 6 นิ้ว ความยาว – กว้าง 6 คูณ 6 นิ้ว อยู่บนถาดเงินและลอยอยู่ในอ่างบัวขนาดเล็ก

แม่ของ ด.ช.ตุ้ย อายุ 12 ปี บอกว่า ในช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายได้ไปเล่นน้ำในลำน้ำชีที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร ซึ่งน้ำมีไม่มากนัก พบมีกระทงบวงสรวงพญานาค 9 ตัว 9 เศียรลอยอยู่ตรงบริเวณนั้น โดยไม่มีใครทราบว่าลอยมาจากไหน และมาอยู่ในจุดดังกล่าวได้อย่างไร

ด.ช.ตุ้ยพร้อมเพื่อนจึงได้ลงเล่นน้ำตรงนั้น แต่เพื่อนบอกว่ามีขาข้างหนึ่งเหมือนถูกดึง ด.ช.ตุ้ยจึงดำลงไปดูก็พบว่าเพื่อนเหยียบรูปปั้นอยู่ ด.ช.ตุ้ยจึงได้นำขาเพื่อนออกมา แล้วก็อุ้มสิ่งของดังกล่าวขึ้นมาไว้บนริมฝั่ง เมื่อเห็นเต็มตา ด.ช.ตุ้ยเชื่อว่าเป็น เจ้าแม่นาคี ก็กราบไหว้แล้วก็ไปเรียกผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านมาตรวจดู และพิสูจน์ว่าสิ่งที่พบ ต้องมีอะไรแน่ ทำไมดึงขาเพื่อนให้จมลงไปในน้ำได้

นายสุรพล ศรีบุญเรือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 จึงเล่าต่อว่า หลังจากได้พบเห็นพระนางอุมาราวดีเทวีในลำน้ำชีแล้ว จู่ๆ ก็มีหมอพราหมณ์เดินทางมาจาก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น มาที่วัดพร้อมกับขอทำพิธีเรียกเทพพญานาคจากวัดป่าคำชะโนดมาประทับ แล้วก็บอกว่าเป็นพญานาคที่ชื่อว่า “พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด” มาตามหาลูกชายในสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับบริวารอีก 5 ตัว ตอนนี้ได้พบลูกชายแล้ว และจะขออยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ไปอีก 2-3 ปี ก็จะขอกลับไปที่วัดป่าคำชะโนด จ.อุดรธานี เพื่อให้ชาวบ้านและคนที่เคารพศรัทธาปู่ศรีสุทโธได้กราบไหว้ อยู่ร่มเย็นเป็นสุขมั่งมีเงินทอง โดยเฉพาะชาวบ้าน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ที่ประสบภัยแห้งแล้งมาโดยตลอด

ชาวบ้านที่ทราบข่าวพบรูปปั้นเจ้าแม่นาคี หรือ พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด ในลำน้ำชี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้ทยอยมากราบไหว้อย่างเนืองแน่น ตลอดทั้งวัน เพราะเชื่อว่าเป็นจริงตามความเชื่อและความศรัทธา จึงได้มากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะโชคลาภเช่นกัน

คนชื่นชม! ดช.จีนพาตำรวจตามหาแม่จนเจอ หลังรู้จะถูกหลอกโอนเงิน

สื่อประเทศจีนรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 16:30 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจผู่เหยียน เขตปินเจียง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ได้ระดมกำลังออกติดตามตัวนางหวัง ที่กำลังจะถูกหลอกโอนเงินให้คนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังบ้านเช่าของเธอ แต่พบว่าเธอออกไปข้างนอกแล้ว มีเพียงเด็กชายวัย 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นลูกชายของเธอกำลังนั่งทำการบ้านอยู่เท่านั้น

“หนูรู้ไหม ปกติแม่จะไปทำธุระการเงินที่ธนาคารไหน”

“รู้ครับ มีไม่กี่ที่หรอก ผมพาคุณอาตำรวจไปได้”

ตามรายงานระบุ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามข้อมูลกับเด็กชาย พร้อมบอกว่าแม่ของเขากำลังจะถูกหลอกเอาเงินจำนวนมากไป ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามหาเพื่อช่วยเธออยู่ โดยเป็นเรื่องน่ายินดีที่เด็กชายรู้จักธนาคารที่นางหวัง ผู้เป็นแม่มักจะไปทำธุระกรรมทางการเงินบ่อยๆ เจ้าหน้าที่จึงได้พาแด็กชายขึ้นรถ และออกตามหาตัวนางหวังทันทีจนเจอ หลังตามหามา 2 ธนาคาร และสามารถช่วยไม่ให้เธอถูกหลอกโอนเงินไปได้ทันเวลาพอดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พาทั้ง 2 แม่ลูกไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ พร้อมกล่าวชื่นชมเด็กชายด้วย และเมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมเด็กชายกันเป็นจำนวนไม่น้อย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

สุดเศร้า หลานกตัญญู 10 ขวบ ลากย่าหนีไฟไหม้ สุดท้ายถูกคลอกดับคู่

(25 เม.ย.) บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านของชาวเขาเผ่าม้ง บ้านแสงไทร ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุทำให้สองย่าหลาน เสียชีวิตในกองเพลิง ต่างได้ร่วมกันทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทั้งสอง ซึ่งเป็นไปตามประเพณีความของชาวเขาเผ่าม้ง ที่ต้องการให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.30 น. ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านของนายเลา อายุ 79 ปี เป็นเหตุให้นางช้าง อายุ 70 ปี ภรรยาของนายเลา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และ ด.ช.เกรียงไกร อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นหลาน ถูกไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่

ด.ช.ไกรวิทย์ เล่าให้ฟังว่า ขณะนอนหลับอยู่กับปู่ ตนเองรู้สึกร้อนที่ปลายเท้า ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว โดยต้นเพลิงมาจากห้องนอนของย่ากับน้องชาย และไม่สามารถหนีออกทางประตูบ้านได้ เนื่องจากถูกไฟไหม้อย่างหนัก ก่อนจะเรียกปู่ให้ตื่น โดยปู่ได้ใช้เท้าถีบฝาผนังบ้านจนพังเป็นช่อง เพื่อจะพากันหนีออกไปจากตัวบ้าน แต่ในขณะนั้นตนเองเห็นน้องชายที่กำลังสำลักควันไฟกำลังพยายามดึงร่างของผู้เป็นย่าที่ไม่รู้สึกตัว เพื่อให้พ้นจากกองเพลิงที่กำลังโหมไหม้ ก่อนที่น้องชายจะล้มฟุบลงไป และทั้งสองถูกไฟคลอก

ตนเองจึงได้ตัดสินใจหนีออกมานอกตัวบ้านพร้อมกับปู่ ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาช่วยกันดับไฟ บ้านก็ถูกไฟไหม้มอดไปทั้งหลังพร้อมๆ กับย่าและน้องชาย ซึ่งขณะนี้ ด.ช.ไกรวิทย์ ยังอยู่กับอาการตกใจ และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการเปิดพัดลมให้กับนางช้าง และคาดว่าน่าจะเกิดความร้อนสะสม ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นดังกล่าว

พายุพัดต้นตาลวัดธาตุพนม อายุกว่า 100 ปี โค่นทับสองแม่ลูกดับ

สลด พายุพัดต้นตาล วัดธาตุพนม อายุกว่า 100 ปี โค่นทับสองแม่ลูกดับ

(24 เม.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.ณัชพล ดวงกางกอ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเกิดเหตุพายุฝนตกหนักลมพัดแรง ทำให้ต้นตาลเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คักโค่นทับชาวบ้าน บาดเจ็บเสียชีวิต จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยนาวาธาตุพนม ไปตรวจสอบให้การช่วยเหลือ

โดยในที่เกิดเหตุ บริเวณวัดทางทิศเหนือ พบชาวบ้านกำลังเร่งให้การช่วยเหลือ ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกต้นตาลอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ความยาวกว่า 40 เมตร หักโค่นทับร่างทั้งสองคน เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การช่วยเหลือออกจากที่เกิดเหตุ ปฐมพยาบาลนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม แต่ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตไว้ได้ เนื่องจากถูกยอดต้นตาลโค่นทับอย่างแรงบริเวณศีรษะ ทราบชื่อภายหลัง คือ นางนิภาพร อายุ 44 ปี พร้อมด้วยลูกชาย คือ นายพิชญ์ อายุ 25 ปี ซึ่งทั้งสองมีอาชีพถ่ายภาพรับจ้าง ภายในบริเวณวัด

โดยจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะทั้งสองแม่ลูก นั่งอยู่ในซุ้มร้าน ทำการปริ้นท์ภาพถ่ายให้ลูกค้า เนื่องจากมีอาชีพถ่ายภาพรับจ้างภายในวัด ได้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก นานนับชั่วโมง ทำให้ต้นตาลขนาดใหญ่ อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่อยู่ห่างจากผู้ตายทั่งสองนั่ง ประมาณ 40 เมตร ได้หักโค่นลงมา เพราะสภาพเก่าผุพังตรงโคนต้น ทำให้ส่วนยอดต้นตาลทับไปยัง ทั้งสองแม่ลูก จนได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตดังกล่าว สร้างความสลดใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือน ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่มาทำบุญหรือมาเที่ยวชมวัด หากเกิดพายุฝน ให้หาที่หลบในที่ปลอดภัย เนื่องจากภายในวัดมีต้นไม้ขนาดใหญ่ และต้นตาลเก่าแก่จำนวนมาก อาจเกิดโค่นล้มทำให้รับอันตรายได้

ระทึก! หนุ่มวัย 36 ปี ภรรยาหนี เครียดขู่กระโดดสะพานภูมิพล

หนุ่มวัย 36 ปี เครียดภรรยาหายออกจากบ้านไปเกือบเดือน ขึ้นสะพานภูมิพลจ่อกระโดดเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย สุดท้ายโผเข้ากอดลูกชายวัย 7 ขวบ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 24 เม.ย. 2560 กลางสะพานภูมิพล 1 มุ่งหน้าพระราม 3 พบ นายเอ นามสมมุตติ อายุ 36 ปี ชาว อ.พระประแดง ยืนเกาะราวสะพานเตรียมจะกระโดด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับทางญาติและบุตรชายวัย 7 ขวบ ต้องช่วยกันพยายามเกลี้ยกล่อม

โดยตลอดเวลาที่ชายคนดังกล่าวเกาะราวสะพานได้พูดตัดพ้อถึงภรรยาที่หนีหายไปตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 60 และไม่สามารถติดต่อได้ แม้จะออกตามหาและทำทุกวิถีทางเพื่อตามหากลับมาอยู่กับลูกทั้ง 2 คน แต่ก็ไม่พบ

เจ้าหน้าที่และญาติใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ราว 30 นาที ชายคนดังกล่าวจึงยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือนำตัวขึ้นมาสู่พื้นที่ปลอดภัย ก่อนจะโผเข้ากอดบุตรชายวัย 7 ขวบทันที ท่ามกลางความดีใจของผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์และเอาใจช่วย

สอบสวนทราบว่า นายเอ มีบุตรกับภรรยาวัย 34 ปี จำนวน 2 คน อยู่ด้วยกันมานาน จนเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา จู่ๆ ภรรยาหายออกจากบ้านไปไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้เกิดความเครียดจนนอนไม่หลับ ก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มสุรากับเพื่อนและบ่นว่าอยากจบชีวิตเพื่อประชดความรัก เนื่องจากหมดหนทางตามหาภรรยา

จากนั้นเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างซ้อนท้ายมุ่งหน้าขึ้นสะพานภูมิพล 1 ต่อมาเพื่อนขับรถตามหา และพบว่าอยู่กลางสะพานโดยปีนออกไปยืนอยู่ด้านนอก เพื่อหวังจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเกลี้ยกล่อมพร้อมรีบแจ้งญาติและเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมายังโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์และเกลี้ยกล่อมให้จิตใจดีขึ้น ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านพร้อมกับทางญาติต่อไป

แทบขาดใจ! หนุ่มเดินขึ้นเขาหาของป่า ช็อกเจอศพพ่อตัวเองที่หายตัวนาน 13 วัน

สุดช็อก! หนุ่มเดินขึ้นเขาลวกหาของป่า ผงะเจอศพนอนอืด กลิ่นเหม็นลอยฟุ้ง เข้าไปดูใกล้ๆแทบช็อกเมื่อพบว่าเป็นศพพ่อตัวเองที่ออกตามหานาน 13 วัน คาดอากาศร้อนจัดจึงเป็นลมหมดสติกะทันหัน

(24 เม.ย.) ความคืบหน้ากรณี นางสาวนิศาชล อายุ 44 ปี วอนสื่อช่วยติดตามหาบิดาของตนเองคือ นายชาย อายุ 85 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ซึ่งมักมีอาการหลงๆลืมๆ ได้หายตัวออกไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2560

ล่าสุด นายสำราญ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ได้ขึ้นไปบนเขาลวกเพื่อไปหาเก็บผัก เก็บของป่ามาประกอบอาหารตามวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเดินเข้าป่าพร้อม สุนัข จำนวน 10 ตัว ขณะที่เดินหาของป่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าเสียงดัง พร้อมวิ่งไปมา ตนจึงรีบเดินไปดูตามเสียง และได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง เมื่อไปถึงจุดที่สุนัขเห่า ก็ถึงกับผงะเมื่อพบว่ามีศพคนนอนเสียชีวิต ไม่สวมรองเท้า ในสภาพนอนหงาย ขึ้นอืด ผิวหนังไหม้เกรียมจากแสงแดด และเริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ และเมื่อสังเกตก็ต้องตกใจเป็นสองเท่า เพราะผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่ตรงหน้า คือนายชาย อายุ 85 ปี พ่อของตนเอง ที่ญาติๆพากันออกตามหารวมเวลากว่า 13 วัน โดยไม่คิดว่าจะได้พบพ่อในสภาพที่กลายเป็นศพอยู่ในป่าบนเขาแบบนี้

จากนั้น นายสำราญ ชูใส จึงได้รีบลงจากเขาไปแจ้งให้ครอบครัวทราบว่าเจอนายชาย ผู้เป็นพ่อแล้ว ซึ่งกลายเป็นศพอยู่ในป่าเขาลวก มีความสูง ประมาณ 500 เมตร โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากตัวบ้าน 6 กิโลเมตร จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง ทราบ ก่อนประสานขอกำลัง กู้ภัยวังโป่งรวมใจ พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.วังโป่ง เข้าพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

โดยทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้ช่วยกันนำศพลงมาจากเขา ด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงนำศพลงมาได้สำเร็จ ก่อนมอบให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

สุดเถื่อน! โจ๋ฉุนถูกเตือนปัสสาวะไม่เป็นที่ พาเพื่อนรุมกระทืบ รปภ. แขนพิการ เจ็บสาหัส

เพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V 4’ ได้ลงเผยแพร่คลิป รปภ.แขนพิการ ถูกกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คนรุมทำร้ายจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนนี้คดียังไม่
(24 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีตามที่เพจชื่อ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V 4’ โพสต์คลิปมีกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คน รุมทำร้าย รปภ.แขนพิการ จนได้รับบาดเจ็บ โดยคลิปดังกล่าวมาจากกล้องวงจรปิดของหอพักลูกกวาด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังธนาคารอิสลาม ตรงคิวรถตู้บางแสนเก่า

โดยสามารถจับภาพเหตุการณ์ในขณะที่มีวัยรุ่นหนุ่มสาวคู่หนึ่งไม่พอใจ รปภ.ที่ไปเตือนว่าห้ามปัสสาวะหน้าหอพัก หลังจากนั้นได้ไปตามพรรคพวกอีกเกือบ 10 คน กลับมาทำร้าย รปภ. จนสลบอยู่หน้าหอพัก ก่อนพากันหลบหนีไป ต่อมาคนที่มาเห็นเหตุการณ์ก็รีบนำ รปภ. ส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามเบื้องต้น รปภ. ที่ถูกทำร้ายชื่อ นายชาติชาย อายุ 35 ปี แขนพิการข้างหนึ่ง ในขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อาการสาหัส ทางด้านนายสายัณต์ ปานแดง อายุ 38 ปี เพื่อน รปภ.ที่อยู่ใกล้ๆ กันเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.50 น. ของคืนวันที่ 17 เมษายน 2560 เป็นงานวันไหล ก่อนเกิดเหตุมีวัยรุ่นหนุ่มสาว 2 คน เดินเข้ามาปัสสวะที่หน้าหอพัก และเปิดน้ำใช้ นายชาติชายก็เดินไปเตือนว่า ปัสสาวะในจุดนั้นไม่ได้ จนทำให้วัยรุ่นไม่พอใจ กลับไปตามเพื่อนมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะ รปภ. ที่ถูกทำร้าย เป็นคนดี ขยัน หาเงินเลี้ยงพ่อแม่

ส่วนทางด้านการดำเนินคดีทราบว่า ทางเจ้าของหอพักลูกกวาด ได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ที่ สภ.แสนสุข วึ่งนายชาติชาย ผู้เสียหาย ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

คุมคนงานทำแผนฆ่านายจ้าง ลูกตะโกนลั่น “ทำแม่กูทำไม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คุมตัว นายที อายุ 30 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 256/2560 ในข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังได้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางธนพรพรรณ หรือ เจ้สั้น อายุ 42 ปี เจ้าของแผงผักรายใหญ่ที่สุดในตลาดไท ซึ่งเป็นนายจ้าง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 50 นาย คอยดูแลความเรียบร้อยโดยรอบที่เกิดเหตุบ้านหลังดังกล่าว โดยชาวบ้านจำนวนมากที่ให้ความสนใจ เดินทางมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางเสียงด่าทอ สาปแช่ง

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายทีฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดที่มีการต่อสู้กันกับผู้เสียชีวิต และจุดที่ไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในบ้านแต่อย่างใด จากนั้นได้นั่งคุกเข่าไหว้ขอขมาผู้เสียชีวิตบริเวณหน้าบ้าน ท่ามกลางเสียงด่าแช่งของชาวบ้านที่ได้เข้ามาร่วมดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งจังหวะนั้นได้มีลูกสาวและลูกชายของผู้เสียชีวิตตะโกนด่าทอว่า “ทำแม่กูทำไม แม่กูอุตส่าห์ให้ข้าวให้น้ำกิน”

ด้าน นายที ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือใช้อาวุธมีดของกลางที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุแทงผู้ตาย โดยโกรธแค้นที่ผู้ตายด่าทอและไล่ออกจากงาน ในวันเกิดเหตุจึงได้เตรียมอาวุธมีดแล้วปีนบ้านผู้ตายเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สิน และผู้ตายได้กลับมาพบตนขณะรื้อค้นทรัพย์สิน จึงได้ลงมือใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจนเสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้หลบหนีเพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่ประเทศกัมพูชา จนกระทั่งถูกจับกุม

ทั้งนี้ หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบคุมตัวผู้ต้องหาออกไปจากที่เกิดเหตุ และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล้างแค้น 10 ปี ฆ่าโหดจอมขมังเวทย์ ยิงทวารให้อาคมเสื่อม

ครอบครัวลงขัน 3 ล้านจ้างวานฆ่าล้างแค้นจอมขมังเวทย์ เชื่อเป็นผู้ทำคุณไสยใส่พ่อจนตายเมื่อสิบกว่าปีก่อน

(24 เม.ย.) พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฏร์ รักษาราชการ ผกก.สภ.อมก๋อย พร้อมชุดสืบสวน สภ.อมก๋อย ทำการจับกุมตัวนายสมพร อายุ 26 ปี นายอธิพันธ์ อายุ
40 ปี และ นางทังอยู่ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ในข้อหาเป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ริมถนนในป่าบริเวณหมู่บ้านยางครก หมู่ 7 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีผู้พบศพนายแสงมณี อายุ 61 ปี หมอผีชาวกะเหรี่ยง หรือจอมขมังเวทย์ชื่อดังของอำเภออมก๋อย และเป็นลูกจ้างหน่วยพิทักษ์ป่ายางแก้ว ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่บริเวณลำตัว หลัง สะโพก และ รูทวาร นับรูกระสุนได้กว่า 15 รู นอนตายใกล้รถจักรยานยนต์

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐาน พบเห็นนายสมพร นายอธิพันธ์ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่าทั้งสองร่วมกับนางทังอยู่ว่าจ้างมือปืนต่างถิ่นมาก่อเหตุ จึงได้ออกหมายจับและทำการจับกุมตัวทั้งสามคนได้ที่บ้านของแต่ละคน ขณะที่ตำรวจยังขออนุมัติหมายจับมือปืนและผู้จ้างวานเพิ่มอีกหนึ่งคน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า เป็นเครือญาติกัน ในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน บิดานายสมพร เคยถูกคุณไสยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความแค้นให้กับนายสมพรและเครือญาติเป็นอย่างมาก พยายามสืบหาคนร้ายฆ่าบิดามานานนับสิบปีแต่ก็ไม่พบตัว และ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สามีนางทังอยู่ ก็เกิดปวดท้องทุกวัน อุจจาระไม่ออก เหมือนโดนคุณไสยเหมือนบิดานายสมพร ซึ่งนายแสงมณีเป็นหมอผีหรือจอมขมังเวทย์ที่ชาวบ้านนับถือ ก็ขอค่าถอนของเป็นเงิน 100,000 บาท สร้างความโกรธแค้นให้กับครอบครัวผู้ต้องหาอย่างมาก

ทางครอบครัวจึงคาดว่า นายแสงมณี เป็นผู้ทำคุณไสยใส่บิดาจนเสียชีวิตในอดีตที่ตามหามานาน จึงลงขันกันทั้งครอบครัวเป็นเงิน 3,000,000 บาท ว่าจ้างมือปืนจากจังหวัดอุดรธานีมาลงมือสังหารครั้งนี้ โดยตามความเชื่อของโบราณ คนที่เล่นของขลังหากจะให้ของเสื่อมต้องยิงที่ก้น ของที่ทำเข้าคนอื่นก็จะหายไป จึงมีการไปดักยิงนายแสงมณี ก่อนที่จะเข้าไปทำงานที่หน่วยพิทักษ์ป่าในอำเภออมก๋อย ทั้ง ยิงก้น ยิงตัว จนเสียชีวิต ก่อนมือปืนจะหลบหนีไป โดยยังไม่มีการจ่ายเงิน แต่ก็มาถูกจับกุมทั้งหมดก่อน