เปิดประวัติ “ซินแสโชกุน” เจ้าของบริษัท “เวลท์ เอเวอร์” คือใคร?

หลายคนอาจจะสงสัย “ซินแสโชกุน” เป็นใคร ในวันนี้ทีมข่าวพีพีทีวี ได้รวบรวมประวัติของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็น ซินแสโชกุน และเป็นเจ้าของบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ที่จัดทริปพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น มีที่มาที่ไปอย่างไร

จากการตรวจสอบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตพบว่า มีเพียงการแชร์ข้อมูลกันในโลกออนไลน์เท่านั้น และมีการโพสต์คลิปลงในยูทูป อ้างว่าคนในคลิปนี้คือเจ้าของบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด พร้อมกับข้อความบางส่วนระบุว่า บริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ได้จดทะเบียนบริษัทที่ไทย ฮ่องกง และที่มาเก๊า

โดยสมาชิกของบริษัท เป็นกลุ่มคนทำธุรกิจที่ช่วยทำการตลาดให้ออลลีเซี่ยนชาย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม หรือ ผลิตภัณฑ์ขายตรง เนื่องจากซินแสโชกุน เคยทำธุรกิจนี้มาก่อนและประทับใจในตัวสินค้า จึงเปิดมาในการทำโปรดักส์นำเข้าส่งออก และกำลังดำเนินการผลิตน้ำแร่ น้ำชาขาว ภายใต้แบรนด์เวลท์เอเวอร์ทั้งหมด มีกระเป๋า เสื้อผ้า
ทำแอพพลิเคชั่นออนไลน์ขายสินค้าคุณภาพ ทำธุรกิจทองคำ ธุรกิจด้านสื่อบันเทิง ผลิตซีรีย์ ผลิตรายการทีวี และอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศฮ่องกง เพื่อให้สมาชิกทุกท่านมีรายได้ โดยมีการโปรโมทว่า เราไม่ใช่ธุรกิจขายตรง แต่เราจะทำธุรกิจหลายด้านเพื่อให้ทุกท่านมีกระเป๋าเงินหลายๆใบ ส่วนทริปเที่ยวเป็นเพียงการโปรโมทเชิญชวนคนให้มาทำธุรกิจร่วมกัน และละลายพฤติกรรมร่วมกันเท่านั้น

ขณะเดียวกันทีมข่าว พีพีทีวี ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เกี่ยวกับหนังสือรับรองของบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จดทะเบียนประเภทนิติบุคคล ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทถ้วน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์

โดยมีวัตถุประสงค์คือ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำแร่ และเครื่องดื่มทุกชนิด และ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายทุกประเภท

สลด.. วัยรุ่นหนุ่ม-สาวซิ่งจยย.แหกด่าน ชนตำรวจอาสาเสียชีวิต

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 เม.ย.60 ร.ต.อ.สุวรรณ นาคยา ร้อยเวร สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ อส.จร.สภ.บางศรีเมือง ถูกรถจยย.ชนได้รับบาดเจ็บสาหัสนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และต่อมาได้เสียชีวิต ที่บริเวณถนนราชพฤกษ์ตัดถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้น รุดตรวจสอบ

สืบเนื่องจากเจ้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง โดย พ.ต.ท.สุวิชา ชั้นงาม สวป.ฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 7 นาย และอาสาอาสาจราจร 3 นาย รวมจำนวน 10 นาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม ที่บริเวณใต้สะพานต่างระดับถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสะพานพระนั่งเกล้า ตัดถนนราชพฤกษ์

ได้มีรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นPCX150 สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่โดยนายนฤนาท อายุ 18 ปี โดยมี น.ส. ชิดชนก อายุ 17 ปี นั่งซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่ นายนฤนาท ได้ขับขี่หลบหนีและพุ่งชน อส.จร.ชื่อนายประทีบ อายุ 35 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ จุดตรวจ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ศรีษะกระแทกพื้น เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้ขับขี่และซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาและผู้ซ้อนท้ายนำตัวส่ง สภ.บางศรีเมือง หลังทำการปฐมพยาบาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มแบงก์ฮีโร่ สละตัวเองให้โจรเอามีดจี้แทนพนักงานหญิง

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13:00 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่ธนาคารแห่งหนึ่งในตำบลหลีถัง อำเภอปินหยาง เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ชายคนร้ายถือมีดเข้าไปจี้คอพนักงานสาวคนหนึ่งที่เธอกำลังนั่งนับเงินให้ลูกค้าอยู่ พร้อมเรียกร้องเงินจำนวน 10,000 หยวน

เมื่อเพื่อนร่วมงาน หนุ่มผู้จัดการแผนกหนึ่งประจำสาขาดังกล่าวเห็นเข้าจึงรีบติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมออกไปขอแลกเปลี่ยนเอาตัวเองไปเป็นตัวประกันแทน และร่วมมือกับพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำทีคล้ายจะมอบเงินให้แล้วอาศัยจังหวะที่คนร้ายเอามีดออกจากคอ บิดข้อมือคนร้ายอย่างรวดเร็ว ด้านพนักงานรักษาความปลอดก็พุ่งเข้าช่วยอย่างรวดเร็วเช่นกัน จนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวชายคนร้ายดังกล่าวได้สำเร็จ
ทั้งนี้ คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมไว้แล้วเรียบร้อย และหลังจากคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดของธนาคารดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปบนสื่อโซเชียลฯ ก็ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห้นพนักงานหนุ่มคนนี้เป็นจำนวนมาก

ขาเที่ยวโดนหลอก! ชอบของถูก อ้างชื่อ “คาเธ่ย์ แปซิฟิค” จัดทริปญี่ปุ่น

ขาเที่ยวโดนหลอก! ชอบของถูก อ้างชื่อ “คาเธ่ย์ แปซิฟิค” จัดทริปญี่ปุ่น สายการบินย้ำไม่มีการเช่าเหมาลำ และไม่มีโปรโมชั่น

( 11 เม.ย.) บ่ายวันนี้ สนามบินสุวรรณภูมิรายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้แอบอ้างชื่อสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค จัดทริปสุขภาพเเละ ไปดูเทศกาลซากุระบานที่โอซากาที่ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 5-10 และ 11-16 เม.ย. โดยระบุว่าจะมีเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค มารับจากกรุงเทพฯ บินตรงไปยังโอซากา ในราคา 13,130 บาท

รายงานข่าวเเจ้งว่ามีผู้หลงเชื่อคำโฆษณาดังกล่าว และได้จ่ายเงินซื้อทัวร์ดังกล่าวไปแล้ว แต่ตรวจสอบข้อมูลกับพนักงานของสายการบินดังกล่าวเเละทรบว่า สายการบินคาเธ่ย์ฯ ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังโอซากา

ขณะที่สายการบินคาเธ่ย์ฯ ได้ออกจดหมายชี้แจงถึงเอเยนต์ต่อกรณีดังกล่าวว่า สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ไม่มีการเปิดให้มีการเช่าเหมาลำ และไม่มีการทำราคาพิเศษใดๆ ดังนั้น ทางสายการบินฯ จึงขอแจ้งให้ทราบว่า ไม่เกี่ยวข้องใดๆ หากมีการนำชื่อไปอ้างอิงตามกรณีดังกล่าว รวมทั้งได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทราบว่าผู้เสียหายคนดังกล่าวได้รับเงินคืนจากผู้แอบอ้างแล้ว จึงขอเตือนนักเดินทางทั้งหลาย อย่าเห็นแก่ทริปราคาถูก ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้นอาจต้องเสียเงิน เสียเวลา โดยใช่เหตุ

ด้านนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว ระบุว่า ด้วยสมาคมฯ ได้รับแจ้งจากสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค โดยคุณยงยุทธว่า มีผู้แอบอ้างว่าได้เช่าเหมาลำเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิคในช่วงวันที่ 5-10 เม.ย. และ 11-16 เม.ย. 2560 เพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และทำแพ็คเกจทัวร์ขายในราคาถูกแก่ประชาชนทั่วไป

ทางสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิคยืนยันว่าสายการบินไม่ได้รับการติดต่อ หรือมีการเช่าเหมาลำในช่วงเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด โดยสายการบินได้แจ้งความไว้แล้ว เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่วงการท่องเที่ยว สมาคมฯ จึงขอแจ้งข่าวดังกล่าวมายังสมาชิกให้รับทราบโดยทั่วกัน

อีกด้านหนึ่ง น.ส.รสธร กาญจนรินทร์ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากทางสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.ท.ศุภกร สิงห์กลับ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 29 มี.ค. เพื่อยืนยันว่า ทางสายการบินไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว

เเต่วันนี้ยังมีอีกหลายคนที่ซื้อทัวร์นี้เเละไปรอที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมากเเละไม่ทราบเรื่องนี้ เเละเรื่องนี้สังคมออนไลน์นำมาเเชร์กันมาก

ฮือฮา! แห่นาคด้วยรถแบคโฮ เชื่อเป็นสิริมงคลกับกิจการ

เมื่อวานนี้ (10เม.ย.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการแห่นาคสุดแปลก ที่หมู่ 2 ตำบลศิลาดาน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยนายวิชาวุธ – นางวรัญญา วิวัฒวงศ์วรกุล บิดา-มารดา ของนายอภิยศ (ไม้ที) วิวัฒวงศ์วรกุล ได้จัดพิธีอุปสมบทลูกชาย และได้ใช้รถแบคโฮที่ซื้อมาใหม่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม แล้วดัดแปลงกลับด้านบุ้งกี๋ให้หงายขึ้น เพื่อเป็นที่นั่งสำหรับพ่อแม่และนาค

พร้อมจัดเครื่องแห่และนางรำเคลื่อนขบวนไปยังวัดธรรมขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร โดยรถแบคโฮใช้ยางรองตีนตะขาบของรถเพื่อป้องกันผิวจราจรเสียหายอีกด้วย

ทั้งนี้จากการสอบถาม นายวิชาวุธ ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า ตนเองทำกิจการก่อสร้างระบบไฟฟ้าสายส่งแรงสูง 115 KV ทั้งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัทเอกชน ต่างๆที่สร้างโรงไฟฟ้าและต้องใช้ระบบสายส่งแรงสูง จึงคิดว่าการบวชลูกเป็นกุศลใหญ่มากและตนมีลูกชายคนเดียว เดิมทีตอนแรกที่คิดจะใช้เบคโฮมาใช้ในขบวนแห่นาค หลายคนคิดว่าไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เดินบนถนน

แต่โดยปกติที่เราทำงานระบบสายส่งก็นำรถเบคโฮมาเดินบนผิวจราจรอยู่แล้วแต่ต้องมีการใช้ยางเพื่อเป็นวัสดุรองรับป้องกันผิวจราจรเสียหาย และทางที่ใช้เดินทางไปวัดไม่ใช่ถนนสายหลัก จึงไม่มีปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด ซึ่งวิธีการคือใช้วิธีกลับด้านบุ้งกี๋ของรถแบคโฮ เพื่อให้คนเข้าไปนั่งได้และตรวจสอบแล้วมีความปลอดภัย ส่วนรถแบคโฮตัวนี้เป็นรถที่ซื้อมาใหม่มีระบบเซฟตี้เต็มร้อย หลังจากเสร็จงานบวชแล้วจะนำไปใช้ในกิจการต่อไป ถือได้ว่านำเครื่องจักรมาร่วมในพิธีบวชลูกชายครั้งนี้เป็นสิริมงคลอย่างมากด้วย

บ่อแสดงโชว์โลมา แจงน้ำสีดำคล้ำ เป็นแค่แพลงตอนใต้สระ

โลมาโชว์แจงน้ำสีดำคล้ำ อยู่ขณะกำลังปรับระบบน้ำผ่านขั้นตอนกรองอย่างดี น้ำยังใส มีเพียงแพลงตอนบริเวณใต้สระเท่านั้น

จากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ได้แชร์ภาพการชมแสดงโชว์โลมาแสนรู้ที่ โลมาโชว์พัทยา โดยกล่าวว่าประทับใจการโชว์ทั้งหมดเพียงแต่ห่วงสุขภาพความเป็นอยู่ของปลาโลมา เนื่องจากเท่าที่เห็นด้วยสายตานั้นน้ำมีสีขุ่นคล้ำดูไม่สะอาด เมื่อโลมากระโดดขึ้นมาจะมีฟองอยู่เหนือน้ำเต็มไปหมด โดยเมื่อมีการแชร์ไปมีการแสดงความคิดเห็นต่างๆนานา ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ซึ่งหลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ โลมาโชว์ พัทยา ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขอเข้าตรวจสอบข่าวดังกล่าว โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อย่างดีในการเข้าตรวจสอบระบบการระบายน้ำ น้ำภายในสระซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 50 ตารางเมตร ลึก 6 เมตร รวมถึงการแสดงโชว์ โดยพบว่าน้ำมีสภาพค่อนข้างดำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้นักท่องเที่ยวตักน้ำขึ้นมาใส่แก้วดูพบว่าสภาพน้ำใสเห็นได้ชัด แต่ในสระมีตะกอนแพลงตอนบริเวณด้านล่าง
นายแพทย์นฦกาน สิงห์คำ สัตว์แพทย์ประจำโลมาโชว์พัทยา เปิดเผยกรณีมีการแชร์ภาพน้ำในบ่อโชว์มีสีดำคล้ำในกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่า สาเหตุหลักเกิดจากในขณะนี้ทีมงานที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเพิ่งเปลี่ยนชุดทำงานใหม่ ทำให้เกิดปัญหาในด้านการดูแลระบบบำบัดน้ำ จึงทำให้น้ำมีสีขุ่น เนื่องแพลงตอนในน้ำลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำ โดยขณะนี้มีการแก้ไขในเบื้องต้นแล้ว คาดว่าแล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนผลกระทบกับปลาโลมา จากการตรวจสอบยังไม่มีผลกระทบใดๆ คุณภาพน้ำยังคงเหมาะกับการอยู่อาศัยของโลมา ซึ่งมีการตรวจน้ำเป็นประจำอยู่แล้ว

นอกจากนี้แล้วทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปทางผู้นำข้อมูลลงทวิตเตอร์ได้พูดคุยโดยผู้โพสก็ได้ลบข้อมูลออกแล้วขอโทษกับเรื่องดังกล่าวแล้ว

“แมวดำ” ลำบากแล้ว…

ซึ่งกุนซือแดนวิสกี้ จะได้โอกาสล้างตากับอดีตต้นสังกัดเก่า ในยุค “เดอะ โชสเซ่น วัน” รับงานต่อจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนที่เลือกเขาเข้ามาคุมทีม แต่ทำงานได้แค่ 10 เดือน ก็ถูกไล่ออก

แน่นอนล่ะ มันเป็นโอกาสดีที่มอยส์ จะได้พิสูจน์ตัวเองว่า มีดีพอที่จะเอาชนะ “ปิศาจแดง” เป็นการลบรอยแค้นไปในตัวด้วย

แต่ด้วยสภาพที่กำลังย่ำแย่ แถมผู้มาเยือนก็ต้องการ 3 แต้มอย่างถึงที่สุด เพื่อต่อชีวิตการลุ้นท็อปโฟร์ อีกทั้ง “เรด เดวิลส์” ไม่แพ้ใครในลีกตั้งแต่ตุลาคม ปีที่แล้ว

นี่คืองานที่ต้องบอกว่า “โคตรสาหัส” สำหรับซันเดอร์แลนด์ จริงๆ

คำถามคือ เดวิด มอยส์ กับลูกทีมซันเดอร์แลนด์ ควรจะทำอย่างไร ที่จะเอาชนะทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ เพื่อลุ้นในการอยู่รอดต่อไป ?

คำตอบ มีอยู่ 4 ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งผมจะมาวิเคราะห์ผ่านคอลัมน์วันนี้ครับ…
1. ลี คัตเตอร์โมล ต้องกลับมาท็อปฟอร์ม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คัตเตอร์โมล คือผู้เล่นคนสำคัญของทีมดังแห่งภาคอีสาน ตลอดหลายปีที่ค้าแข้งในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์
เขาแสดงให้เห็นถึงการมีภาวะผู้นำ เป็นที่พึ่งให้เพื่อนร่วมทีมได้ ซึ่งนัดที่บุกแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นการลงเล่นนัดแรก หลังจากเจ็บพักยาวไปหลายเดือน และนี่คือสิ่งที่ “เดอะ แบล็คแคทส์” ขาดหายไปนาน
เจ้าตัว น่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ซันเดอร์แลนด์ขาดไม่ได้เลย ในการสู้กับแผงกองกลางที่แข็งแกร่งของยูไนเต็ด รวมถึงการลุ้นอยู่รอดในนัดที่เหลือ
2. ปิดการทำเกมของแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ได้
ถึงแม้ว่า ทีมแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย จะไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีก่อน แต่ทีมก็ยังอยู่อันดับที่ 6 อย่างยาวนาน เพราะกองหน้ายิงประตูน้อยเกินไป
จริงอยู่ ผีแดงในยุคมูรินโญ่ แพ้ใครยากก็จริง แต่มอยส์ก็อาจจะทำให้กองเชียร์ “เรด อาร์มี่” น้ำตาตกได้เช่นเดียวกัน ถ้าสามารถทำให้กองกลางผู้มาเยือน เดินเกมรุกได้ไม่ถนัด
เกมที่พ่าย “จิ้งจอกสยาม” นั้น ทีมของเดวิด มอยส์ สามารถหยุดแผงมิดฟิลด์ ไม่ให้บอลไปถึง 2 กองหน้าอย่าง ชินจิ โอคาซากิ กับเจมี่ วาร์ดี้ ได้เกือบ ๆ 70 นาที เลยล่ะ
3. หยุดซลาตัน อิบราฮิโมวิช ให้ได้
ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีซลาตัน อิบราฮิโมวิชยิง 27 ประตู ในวัย 35 ปี ซันเดอร์แลนด์ ก็มีเจอร์เมน เดโฟ ปัจจุบันอายุ 34 ปี ที่ทำไปแล้ว 14 ลูก
และใครๆ ก็รู้ว่า เกมรุกปีศาจแดงชุดนี้ พึ่งพาซลาตัน มากเกินไป ตัวรุกอื่นๆ ง่อยกันหมด ถ้าตัดดาวยิงสวีดิชออกจากเกมได้ละก็ ซันเดอร์แลนด์มีลุ้นได้คะแนนแน่นอน
ต้องยอมรับว่า ไม่ง่ายนะครับที่จะหยุดยั้งอิบรา เนื่องจากมีทั้งความเฉียบขาด และรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขา แต่เพื่อ 3 แต้มอันล้ำค่า ยังไงก็ต้องสู้ตายอยู่แล้ว
ซึ่งผู้ที่ต้องรับบทหนัก ได้แก่ ลามีน โกเน่ กับเจสัน เดนาเย่ร์ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งคู่เพิ่งได้รับบทเรียนล้ำค่าในนัดล่าสุด ที่ประกบเจมี่ วาร์ดี้ ห่างเกินไป จนเสียประตูที่สอง
4. เสี่ยงใช้งานวิคเตอร์ อนิเชเบ้
จากแมตช์เมื่อกลางสัปดาห์ อนิเชเบ้ ลงมาเป็นตัวสำรองแทนลี คัตเตอร์โมล ในช่วงไม่ถึง 20 นาทีสุดท้าย และช่วยให้ทีมเล่นดีขึ้นอย่างมาก
หลังจากได้รับบาดเจ็บที่เข่า จนต้องพักยาวถึง 2 เดือนครึ่ง การได้อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไนจีเรีย กลับคืนทีม ทำให้มอยส์ มีตัวเลือกในแดนหน้าเพิ่มขึ้น
เกมในวันอาทิตย์นี้ เขาจะต้องเป็นตัวสำรองไปก่อน แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องเสี่ยงเพื่อเอาประตู เชื่อว่ากุนซือชาวสกอตแลนด์ จะต้องส่งดาวเตะวัย 29 ปี ลงสนามอย่างแน่นอน
ตัวทำเกมรุกอย่างฟาบิโอ บอรินี่ กับอั๊ตนาน ยานาไซ พร้อมที่จะปั่นป่วนแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่แล้ว ไม่แน่ว่า อนิเชเบ้ อาจจะเป็นคนนำชัยให้ซันเดอร์แลนด์ ก็เป็นได้
แต่เดวิด มอยส์ จะพาซันเดอร์แลนด์ เก็บชัยชนะนัดสำคัญได้หรือไม่ คำตอบอยู่ใน 90 นาที ช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์นี้ครับ

พ่อปาดคอลูกสาววัย 13 ปี เกือบขาด อุ้มลูก 3 ขวบ เผ่นหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีเด็กหญิงถูกปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ เลขที่ 114 / 5 หมู่ 1 ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าชั้นเดียวที่ห้องเช่า ห้องสุดท้าย ฝั่งซ้าย หน้าห้องพบร่างของ เด็กหญิงส้ม (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าห้อง โดยมีญาติ และเพื่อนบ้านกำลังให้การช่วยเหลือด้วยการห้ามเลือด

ตรวจสอบพบบาดแผลขนาดใหญ่ที่บริเวณลำคอด้านซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ กว้างกว่า 5 นิ้ว ลึกถึงเส้นเลือดใหญ่ และมีรอยคล้ายถูกปาดคอเป็นแผลยาวอีก 1 แผล ที่แก้มขวามีแผลถูกฟันอีก 1 แห่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรีทำการรักษาโดยเร่งด่วน

ตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุบริเวณกลางห้องพบ กองเลือดขนาดใหญ่ ร่องรอยการต่อสู้ กระดาษ สมุด พัดลมตั้งพื้น และกระติกน้ำ กระจายเกลื่อน

สอบถามเพื่อนบ้าน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายสุรินทร์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นบิดาของ ด.ญ.ส้ม เบื้องต้น ทราบว่า นายสุรินทร์พักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวกับ นางหนู (นามสมมุติ) ผู้เป็นภรรยา และบุตรสาวสองคน คือ ด.ญ.ส้ม ผู้บาดเจ็บ และ ด.ญ.น้อยหน่า (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบครึ่ง ลูกสาวคนเล็กซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคออทิสติก

ก่อนเกิดเหตุเห็นนายสุรินทร์ อุ้ม ด.ญ.น้อยหน่า เดินออกจากบ้าน รีบปิดประตู และล็อคปิดจากด้านนอก ก่อนจะพาลูกสาวคนเล็ก ขึ้นรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช พ่วงข้าง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับออกไป

จากนั้นไม่นานได้ยินเสียง ด.ญ.ส้ม ร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากในห้อง เมื่อมองลอดกระจกบานเกร็ด พบเห็น ด.ญส้ม นอนจมกองเลือด และรับแจ้งว่าถูกทำร้ายร้องขอความช่วยเหลือ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งแม่ของผู้บาดเจ็บ และพังประตูเข้าไปรีบพาส่งไปโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วยังไม่ทราบสาเหตุการลงมือทำร้าย แต่เบื้องต้นนางหนู ภรรยานายสุรินทร์ผู้ก่อเหตุให้การว่า นายสุรินทร์เคยมีประวัติเสพยาแต่ได้เลิกไม่ได้เสพมานานแล้ว ทั้งยังไม่ดื่มสุรา ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดี คาดว่าน่าจะหลบหนีกลับบ้านเกิดที่ จ.พัทลุง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมพ่อโหดปาดคอลูกสาวได้แล้ว ที่พื้นที่ด่านห้วยยาง ต.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และกำลังจะนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี

เกณฑ์ทหารบุรีรัมย์คึก หนุ่มสวยรอด ลูกเนวิน ผ่อนผันรอบ 2

การเกณฑ์ทหารกองเกินเมืองบุรีรัมย์คึกคัก มีชายไทยอายุถึงเกณฑ์มารับการตรวจเลือกจำนวนมาก ขณะสาวประเภทสองหน้าตาสวยเหมือนผู้หญิงหลายคนเข้าคัดเลือก แต่ได้รับการยกเว้น ขณะที่ “ชนน์ชนก” ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ ขอผ่อนผัน เพราะกำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ในปี 2560วันแรก เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่หอประชุมอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีชายหนุ่มที่อายุถึงเกณฑ์เข้ามารับการตรวจเลือกเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง ที่มาเฝ้ารอลุ้นและให้กำลังใจบุตรหลานที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารเป็นจำนวนมาก

แต่ที่สร้างความฮือฮาและสีสันให้กับการตรวจเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้คือ สาวประเภทสอง 3 คน ที่เดินทางเข้ารายงานตัวและเข้าร่วมคัดเลือกทหารกองเกิน เนื่องจากสาวประเภทสอง แต่ละคนหน้าตาสวยแต่งตัวจัดเต็มเหมือนผู้หญิงแทบแยกไม่ออก ยกเว้นเสียงพูด

หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารได้พาสาวประเภทสองไปตรวจร่างกาย พบว่ามีร่างกายไม่ตรงกับเพศกำเนิด จึงได้รับการยกเว้นการจับใบดำ-ใบแดง สร้างความดีใจเป็นอย่างมากและเป็นสีสันในการคัดเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์เข้ารับการตรวจเลือกทหารเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในครั้งนี้ด้วย

สำหรับอำเภอเมืองบุรีรัมย์ วันนี้มีผู้เข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกิน จำนวน 591 คน แต่สามารถรับคัดเลือกเป็นทหารกองเกิน จำนวน 114 คน แยกเป็นทหารบก 85 คน ทหารเรือ 15 คน และทหารอากาศ 14 คน

อีกทั้งในปีนี้ นายชนน์ชนก ชิดชอบ บุตรชายคนเล็กของ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีอายุเข้าข่ายต้องรับการตรวจคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ด้วย ในส่วนของ อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน แต่ได้รับการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 27 (2) กรณีเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ครั้งที่ 2

ลูกค้าสงสัยบิลเขียนว่าอะไร เจอพ่อค้าด่ายับ-ชักปืนขู่

(8 เม.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและคลิปจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง ซึ่งมีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า #พ่อค้าโหดด่ายับลูกค้าแถมมีขู่ด้วยปืน

“เพียงแค่ลูกค้าถามว่าบิลที่เขียนมันคืออะไรอ่านไม่ออก

แชร์ประสบการณ์ยอดแย่ ร้านอาหารป่าแถวซอยบ่อยาง(เครือสหพัฒน์)เรื่องมีอยู่ว่ากินอาหารนี้สั่งกับข้าวประมาณ 5 อย่างและเครื่องดื่ม พอถึงเวลาคิดตังค์เราต้องการทราบว่าบิลที่เขียนมันคืออะไรบ้าง ซึ่งเราอ่านไม่รู้เรื่องเลย ให้เจ้าของร้านมาชี้แจง รายการต่างๆ ปรากฏเจ้าของร้านไม่พอใจ เลยด่าลูกค้าอย่างพวกเรา

ซึ่งพวกเรามีสิทธิ์ใช่มั้ยคะที่ต้องการรู้ เดี๋ยวจะมีลายมือคล้ายๆ ที่เจ้าของร้านเขียน ซึ่งเราสั่งอาหาร 3 อย่าง และเขียนเองส่วนลายมือยึกๆ ยืดนั่นลายมือเจ้าของร้านและ #พอไม่พอใจก็เอาปืนมาขู่พวกเรา แล้วบอกว่ากูขายของกูอย่างนี้ ซึ่งทุกอย่างแพงกว่าราคาที่เคยกินมา รสชาติห่วยแตก เจ้าของร้านก็มารยาททราม ราคาทั้งหมด 1,695 กับข้าว 5 อย่าง

ต้มยำน้ำข้น ทะเล 260

กวางผัดเผ็ด 260

ไก่ขั้วเกลือ 280 (ครึ่งตัวเนี่ยนะ)

เก้งผัดเผ็ด 260

ต้มยำไก่ 160

ข้าวเปล่า 3 จาน 50

หงษ์กลม 300

โซดา 5ขวด น้ำแข็ง 2 กระติก 105

แป๊บซี่ 3 ขวด 30

#ดูกันจากในคลิปเลยคะโยนตังค์ทอนด่าลูกค่า

ปล.#พอเดินออกมาจากร้านมันมาที่รถกลับมันยิงปืนขึ้นฟ้าส่งท้าย ประกาศศักดินาความ…ด้วยจร้า