ข่าวกีฬา

“แมวดำ” ลำบากแล้ว…

ซึ่งกุนซือแดนวิสกี้ จะได้โอกาสล้างตากับอดีตต้นสังกัดเก่า ในยุค “เดอะ โชสเซ่น วัน” รับงานต่อจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนที่เลือกเขาเข้ามาคุมทีม แต่ทำงานได้แค่ 10 เดือน ก็ถูกไล่ออก

แน่นอนล่ะ มันเป็นโอกาสดีที่มอยส์ จะได้พิสูจน์ตัวเองว่า มีดีพอที่จะเอาชนะ “ปิศาจแดง” เป็นการลบรอยแค้นไปในตัวด้วย

แต่ด้วยสภาพที่กำลังย่ำแย่ แถมผู้มาเยือนก็ต้องการ 3 แต้มอย่างถึงที่สุด เพื่อต่อชีวิตการลุ้นท็อปโฟร์ อีกทั้ง “เรด เดวิลส์” ไม่แพ้ใครในลีกตั้งแต่ตุลาคม ปีที่แล้ว

นี่คืองานที่ต้องบอกว่า “โคตรสาหัส” สำหรับซันเดอร์แลนด์ จริงๆ

คำถามคือ เดวิด มอยส์ กับลูกทีมซันเดอร์แลนด์ ควรจะทำอย่างไร ที่จะเอาชนะทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ เพื่อลุ้นในการอยู่รอดต่อไป ?

คำตอบ มีอยู่ 4 ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งผมจะมาวิเคราะห์ผ่านคอลัมน์วันนี้ครับ…
1. ลี คัตเตอร์โมล ต้องกลับมาท็อปฟอร์ม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คัตเตอร์โมล คือผู้เล่นคนสำคัญของทีมดังแห่งภาคอีสาน ตลอดหลายปีที่ค้าแข้งในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์
เขาแสดงให้เห็นถึงการมีภาวะผู้นำ เป็นที่พึ่งให้เพื่อนร่วมทีมได้ ซึ่งนัดที่บุกแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นการลงเล่นนัดแรก หลังจากเจ็บพักยาวไปหลายเดือน และนี่คือสิ่งที่ “เดอะ แบล็คแคทส์” ขาดหายไปนาน
เจ้าตัว น่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ซันเดอร์แลนด์ขาดไม่ได้เลย ในการสู้กับแผงกองกลางที่แข็งแกร่งของยูไนเต็ด รวมถึงการลุ้นอยู่รอดในนัดที่เหลือ
2. ปิดการทำเกมของแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ได้
ถึงแม้ว่า ทีมแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย จะไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีก่อน แต่ทีมก็ยังอยู่อันดับที่ 6 อย่างยาวนาน เพราะกองหน้ายิงประตูน้อยเกินไป
จริงอยู่ ผีแดงในยุคมูรินโญ่ แพ้ใครยากก็จริง แต่มอยส์ก็อาจจะทำให้กองเชียร์ “เรด อาร์มี่” น้ำตาตกได้เช่นเดียวกัน ถ้าสามารถทำให้กองกลางผู้มาเยือน เดินเกมรุกได้ไม่ถนัด
เกมที่พ่าย “จิ้งจอกสยาม” นั้น ทีมของเดวิด มอยส์ สามารถหยุดแผงมิดฟิลด์ ไม่ให้บอลไปถึง 2 กองหน้าอย่าง ชินจิ โอคาซากิ กับเจมี่ วาร์ดี้ ได้เกือบ ๆ 70 นาที เลยล่ะ
3. หยุดซลาตัน อิบราฮิโมวิช ให้ได้
ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีซลาตัน อิบราฮิโมวิชยิง 27 ประตู ในวัย 35 ปี ซันเดอร์แลนด์ ก็มีเจอร์เมน เดโฟ ปัจจุบันอายุ 34 ปี ที่ทำไปแล้ว 14 ลูก
และใครๆ ก็รู้ว่า เกมรุกปีศาจแดงชุดนี้ พึ่งพาซลาตัน มากเกินไป ตัวรุกอื่นๆ ง่อยกันหมด ถ้าตัดดาวยิงสวีดิชออกจากเกมได้ละก็ ซันเดอร์แลนด์มีลุ้นได้คะแนนแน่นอน
ต้องยอมรับว่า ไม่ง่ายนะครับที่จะหยุดยั้งอิบรา เนื่องจากมีทั้งความเฉียบขาด และรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขา แต่เพื่อ 3 แต้มอันล้ำค่า ยังไงก็ต้องสู้ตายอยู่แล้ว
ซึ่งผู้ที่ต้องรับบทหนัก ได้แก่ ลามีน โกเน่ กับเจสัน เดนาเย่ร์ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งคู่เพิ่งได้รับบทเรียนล้ำค่าในนัดล่าสุด ที่ประกบเจมี่ วาร์ดี้ ห่างเกินไป จนเสียประตูที่สอง
4. เสี่ยงใช้งานวิคเตอร์ อนิเชเบ้
จากแมตช์เมื่อกลางสัปดาห์ อนิเชเบ้ ลงมาเป็นตัวสำรองแทนลี คัตเตอร์โมล ในช่วงไม่ถึง 20 นาทีสุดท้าย และช่วยให้ทีมเล่นดีขึ้นอย่างมาก
หลังจากได้รับบาดเจ็บที่เข่า จนต้องพักยาวถึง 2 เดือนครึ่ง การได้อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไนจีเรีย กลับคืนทีม ทำให้มอยส์ มีตัวเลือกในแดนหน้าเพิ่มขึ้น
เกมในวันอาทิตย์นี้ เขาจะต้องเป็นตัวสำรองไปก่อน แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องเสี่ยงเพื่อเอาประตู เชื่อว่ากุนซือชาวสกอตแลนด์ จะต้องส่งดาวเตะวัย 29 ปี ลงสนามอย่างแน่นอน
ตัวทำเกมรุกอย่างฟาบิโอ บอรินี่ กับอั๊ตนาน ยานาไซ พร้อมที่จะปั่นป่วนแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่แล้ว ไม่แน่ว่า อนิเชเบ้ อาจจะเป็นคนนำชัยให้ซันเดอร์แลนด์ ก็เป็นได้
แต่เดวิด มอยส์ จะพาซันเดอร์แลนด์ เก็บชัยชนะนัดสำคัญได้หรือไม่ คำตอบอยู่ใน 90 นาที ช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์นี้ครับ

ก็เหมือนเดิม.. “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รีสอร์ท & สปา”

หัวเรื่องคือคำ “เยาะเย้ย” ที่บรรดาแฟนบอลคู่แข่งต่างสถาปนาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคขาลง หลังหมดบารมีของขรัวเฒ่าระดับตำนานสโมสรที่ชื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ภายใต้การนำทีมของ เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน ฮัล ผีแดงลดความน่าเกรงขามชนิดฮวบฮาบ เกมในบ้านที่เคยดุดันเด็ดขาด กลายเป็นสนามแจกแต้มแบบที่แฟนบอลทีมตัวเองรับไม่ได้

หลายๆสโมสรที่เคยเป็นลูกไล่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างพาเหรดผลัดกันมาลบ “คำสาป” หรือล้างสถิติเกมเยือนอันเลวร้ายได้ในช่วงของ 2 กุนซือคนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม “มนต์คลัง” ของ “โรงละครแห่งความฝัน” ดูจะไม่ฟื้นขึ้นมาง่ายๆ แม้ทีมจะเปลี่ยนถ่ายหัวเรือใหญ่มาเป็นคนที่ช่ำชองในการล่าความสำเร็จอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่
สิ้นเสียงนกหวีดกุนซือชาวโปรตุกีส สร้างสถิติอันไม่พึ่งประสงค์ ด้วยการเป็นผู้จัดการทีม “ผีแดง” ที่พาทีมเก็บชัยชนะในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้น้อยที่สุด นับตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก”

ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นในบ้านไปแล้ว 16 นัด แต่กลับคว้าชัยได้เพียง 6 เกม คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็เพียง 37.5% เท่านั้น

ที่สำคัญการไล่ตีเจ๊า เอฟเวอร์ตัน ด้วยลูกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ทำให้ “ผีแดง” เสมอไปแล้วถึง 9 นัดในบ้าน คิดเล่นๆ เป็นการทำแต้มหลุดมือไปแล้วถึง 21 จาก 48 คะแนนเต็ม

เชื่อเหลือเกินว่าคุณผู้อ่านที่เป็นสาวก “เรด อาร์มี่” ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้คงจะ “หดหู่” กว่าเดิม

พูดถึงเกมเมื่อคืนวันพุธ จริงๆแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมได้ดี มีเกมรุกที่เหมือนจะหลากหลาย ได้หลุดไปในเขตโทษคู่แข่ง 2 หน และมีลุ้นจากลูกยิงไกลของ เจสซี่ ลินการ์ด
ทว่าหลังไปพลาดเสียประตูจากลูกเตะมุม เหมือนเกมรุกของ “ผีแดง” จะช็อตไปดื้อๆ

แม้จะ 2 คานจาก เอร์เรร่า และ ป็อกบา แต่ภาพรวมมันดูค่อนข้างไร้มิติ โดยเฉพาะเกมครึ่งหลังที่ยิ่งเล่นยิ่งเหมือนไม่ได้ดู แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เป็นทีม “จอมโหด” วิมเบิลดัน ในยุค 90 เสียมากกว่า

จังหวะลุ้นประตูทำได้แค่โยน หรือบอมบ์เข้าไปในเขตโทษ โหม่งได้ก็โหม่ง โหม่งไม่ได้ก็คืนมาให้แถวสองลุ้นยิงไกล มารูยาน เฟลไลนี่ แทบจะกลายเป็นกองหน้าอีกคนหลังประจำการอยู่แต่ในเขตโทษของ เอฟเวอร์ตัน

สิ่งที่หายไปชัดเจนคือการเลี้ยงกินตัว ลินการ์ด ไม่ต้องพูดถึงแทบจะไม่ผ่านใครเลย ขณะที่ มคิตาร์ยาน ที่ลงสนามครึ่งหลังก็แทบไม่ต่างกัน แรชฟอร์ด ทำได้ดีสุดก็แค่ “วูบวาบ” ในช่วงต้นเกม

การขาดตัวที่ Of The Ball หรือตัวที่จ่ายบอลได้เปรียบอย่าง ฆวน มาต้า ทำให้การชิงพื้นที่ หรือการทำชิ่งหน้าเขตโทษแทบไม่มีเลย
ผมเคยเขียนรีวิวหลังเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ สโต๊ค รวมถึงอีกหลายๆเกมที่พวกเขาเล่นในบ้านแต่ได้แต้มเดียว ว่าถึงผลลัพธ์จะไม่โอเค แต่รูปแบบการเล่นก็ไม่ได้เสียทรง มีเพียงจังหวะสุดท้ายที่เป็นปัญหา

แต่ในเกมนี้มันคือความ “แตกต่าง” เพราะไม่ใช่แค่ไล่ตีเสมอแบบทุลักทุเล แต่ความน่าประทับใจกลับไม่มีอะไรให้พูดถึง

หลังเกมมีการเปิดเผยสถิติระหว่าง มูรินโญ่ และ หลุยส์ ฟาน ฮัล โดยเทียบจากฤดูกาลแรกที่ทั้งคู่คุมทีมถึง 29 เกมในลีก ผลปรากฎว่าเป็นทางกุนซือชาวดัตช์ ทีพาทีมชนะและเก็บแต้มได้มากกว่า (56 ต่อ 54 คะแนน)

งานนี้เลยไม่รู้ว่าจาก หลุยส์ ฟาน ฮัล มายัง โจเซ่ มูรินโญ่ ตอนนี้ “ผีแดง” ดีหรือแย่กว่าเดิมกันแน่

คอมเม้นท์ชาวเอเชีย! หลังรู้ข่าว “ซิโก้” ลาออกจากการคุมทีมชาติไทย

การประกาศวางมือในการคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับแฟนบอลชาวไทยเท่านั้น แต่มันยังสร้างความแปลกใจให้กับแฟนบอลในเอเชียอีกหลายๆคน หลังสื่อในต่างแดนทั่วเอเชีย เริ่มรายงานข่าวการลาออกของ “กุนซือจอมตีลังกา” เราลองไปฟังความคิดเห็นของแฟนๆกันว่าคิดเห็นอย่างไรกับข่าวนี้

Arjuna Anggara S P (อินโดนีเซีย)
มาลีกอินโดนีเซียซิ… มาสัมผัสบรรยากาศ

Junikz Sanido Duran Jr. (ฟิลิปปินส์)
วันโกหกโลก

Aditya Pradana (อินโดนีเซีย)
มันจบแล้ว… เขาสามารถจะเป็นโค้ช U-21 ทีมชาติอินโดนีเซีย หรือไม่ก็เป็นโค้ชในบางสโมสรของลีกสูงสุดอินโดนีเซียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

Ross Afandi (มาเลเซีย)
น่านับถือ

Andi Riawan (อินโดนีเซีย)
มาเป็นโค้ชอินโดนีเซียเลย… มาเป็นประธานฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย

Aaron David (ออสเตรเลีย)
ทีมไทยจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนคัพ 2019 คุณได้ยินที่นี่เป็นที่แรกแน่นอน

Aizat Hariry (มาเลเซีย)
มาเป็นโค้ชมาเลเซียเลย

Frankie Marquinhos Goh (สิงคโปร์)
ผมคิดว่าเกียรติศักดิ์คิดว่าเขาได้นำทีมมาไกลเท่าที่เขาจะสามารถทำได้แล้ว … ผนวกกับโชคด้วยส่วนหนึ่งทำให้สามารถเข้ามาเล่นในรอบ 12 ทีมสุดท้ายได้ และด้วยเหตุผลที่ว่ายังไม่มีรายการใหญ่ๆ ในช่วงนี้ ซึ่งมีอีกทีก็เอเชียนคัพ 2019 และ อาเซียน คัพ ที่จัดทุกๆ 2ปี …นี่คือเวลาที่ดีที่สุดที่จะยุติบทบาท

Sue Heung – Min (เมียนมา)
ทีมชาติไทยเป็นทีมเดียวที่ยังไม่ชนะใครในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบที่3 และไม่ผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว… แต่ยังคงเป็นทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน

Amer Amer (อิรัก)
ผมได้เห็นสิ่งที่เขาทำมาจนถึงตอนนี้… ผมคิดว่าการยุติบทบาทถือเป็นความคิดที่ดีเนื่องจากทีมหมดโอกาสที่จะไปต่อแม้แต่ในอันดับที่ 3 สิ่งที่เขาทำถือเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ .. ผมหวังว่าคนต่อไปที่จะมารับหน้าที่ต่อจากเขาจะมีหลงใหลและนำฟุตบอลไทยไปในทิศทางที่ถูกต้อง… ทีมไทยเป็นทีมที่ดีแล้วและผมคิดว่าจะมีการวางรากฐานเพื่อเตรียมพร้อมในปี 2026ซึ่งทีมไทยจะมีโอกาสมาขึ้นที่จะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

Hairil Akmal (มาเลเซีย)
สมาคมฟุตบอลมาเลเซียพาโค้ชคนนี้มาคุมทีมชาติ U-23 มาเลเซียเถอะ

Keisuke Thapa (อินเดีย)
ทำไมอะ????แล้วใครจะเป็นโค้ชคนต่อไป????

Jason Patric (ฟิลิปปินส์)
น่านับถือ

Fuzeta Fernando (โปรตุเกส)
ทำไมอะ?เขาไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้แล้วสำหรับการเดินทางของทีมไทย… คุณควรจะภูมิใจกับทีมไทยภายใต้การคุมทีมของเขานะ!

Clemence Chia (สิงคโปร์)
ในฐานะชาวสิงคโปร์ผมรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของเขาและการปฏิรูปวงการฟุตบอลไทยในวันนี้ …เมื่อเขาเริ่มเป็นโค้ช เขาได้นำผู้เล่นดาวรุ่งในแทนผู้เล่นชุดใหญ่และทีมไทยเองก็ยังไม่กลับมาตกต่ำอีกหลังจากนั้น … เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ได้แชมป์อาเซียน 2 ครั้งและแชมป์ซีเกมส์ 2 ครั้งเข้ารอบคัดเลือกรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก … เป็นเรื่องเศร้าที่เห็นเขาต้องออกไป …หวังว่าเขาจะสามารถเป็นโค้ชทีมชาติสิงคโปร์ได้

Setia Adi Nugraha (อินโดนีเซีย)
โค้ชสุดฮอต

Min Khant Hein (เมียนมา)
มาเป็นโค้ชเมียนมาเลยมา

Dara Kakvey (กัมพูชา)
เขาควรอยู่ต่อ… ทีมไทยมีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในยุคของเขา

Kaneda Akira (ญี่ปุ่น)
คนไทย … พวกเขากลายเป็นนักฟุตบอลที่เป็นมืออาชีพและเขาก็เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน …ถ้าฟอร์มการเล่นไม่ดี … แฟนบอลก็จะวิจารณ์พวกเขาอย่างรุนแรง … มีแค่คำพูดดีๆเท่านั้นที่จะได้พบที่นี่ … คุณจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร? เงินเดือนของพวกเขาสูงกว่าพนักงานทั่วไปมาก …พวกเขาต้องฟังคำวิจารณ์เหล่านี้และทำงานให้หนักขึ้นเพราะว่าพวกเขาคือมืออาชีพ

Fares Ziad (อิรัก)
หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับอิรักเช่นกัน… radhi shenaishil เขาได้ทำลายทีมชาติอิรักในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018

Chew Kee Ching Richard (สิงคโปร์)
สุภาพบุรุษ… และเป็นโค้ชที่มีน้ำใจนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม

Al Zainal (ฟิลิปปินส์)
ผมหวังว่านี่เป็นแค่การโกหกในวันโกหกโลกเท่านั้น … แต่ถ้ามันเป็นจริงเนี่ย (อุทาน) … เขาทำฟุตบอลทีมชาติไทยได้ดีมากจริงๆนะ

Rajesh Tripura (บังคลาเทศ)
เขาไม่ได้ผิดอะไรกับผลการแข่งขันของทีมไทย… ลูกทีมของเขาเล่นดีแล้ว … แต่เพียงแค่ขาดประสบการณ์ซึ่งมันคือข้อเท็จจริง… สำหรับอนาคตก็จะมีผลการแข่งขันที่ดีเอง … เขาควรทำทีมต่อไป .. ผมคิดว่าพวกเขาจะชนะในแมตช์ต่อไปที่จะพบกับยูเออี

ลำดับเหตุการณ์นักกีฬาเกาหลีใต้ “ชูนิ้วกลาง” ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย U19

ผู้ชมวอลเลย์บอลชายวัยไม่เกิน 19 ระหว่างทีมเกาหลีใต้และอิหร่านเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 อาจลำดับเหตุการณ์ไม่ถูกและพุ่งประเด็นว่าเกาหลีใต้ชูนิ้วกลางใส่จีน

แต่จริงๆแล้วจีนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ง่ายๆเลยเกาหลีแข่งเครียดอยู่ จะเอาเวลาไหนมาชูนิ้วใส่ หากยังไม่เข้าใจ ผมเขียนไทม์ไลน์ง่ายๆให้ดู เพราะผมอยู่ในที่เกิดเหตุ

ดูไทม์ไลน์เรื่องกรณีพิพาทนักตบลูกยางชายวัยไม่เกิน 19 ปีทีมเกาหลีใต้และทีมจีนนะครับ จะได้เข้าใจง่าย (เรื่องเวลา เขียนกะเกณฑ์คร่าวๆ เวลาท้องถิ่นครับ)

17.30 น. เริ่มแข่งขันคู่เกาหลี-อิหร่าน ช่วงปลายเซ็ต จีนแต่งตัวเสร็จขึ้นไปนั่งที่อัฒจันทร์ชมการแข่งขันคู่เกาหลี-อิหร่านอย่างเรียบร้อย

17.57 น. เกาหลีใต้ชนะเซ็ตแรก 25-19

18.24 น. เกาหลีใต้ขึ้นนำเซ็ตสอง 10-6 สต๊าฟทีมอิหร่านที่อยู่ข้างสนามตะโกนโหวกเหวกเชียร์ทีมตน

18.41 น. สต๊าฟทีมอิหร่าน ขึ้นไปบนอัฒจันทร์ ยุให้คนดูชาวเมียนมา เชียร์ทีมอิหร่าน และจากนั้นทีมจีนที่นั่งอยู่ก็เริ่มส่งเสียงเชียร์ตาม “อิหร่าน อิหร่าน” ช่วงปลายเซ็ต จีนต้องเดินทางโรงแรมแล้ว เลยเริ่มทะยอยเดินลงไปที่ทางออก แต่ทางออกก็คืออยู่ใกล้กับคอร์ตสนามที่ทีมอิหร่านและเกาหลีใต้แข่งอยู่

18.53 น. อิหร่านเซฟได้ 4 คะแนนติด ไล่เกาหลีใต้มาจาก 17-24 เป็น 21-24

18.55 น. จีนซึ่งยังยืนอยู่ด้านหลัง VIS ยังไม่ออกจากสนาม เชียร์อิหร่านออกนอกหน้าและเริ่มโห่ใส่ทีมเกาหลี เมื่อเกาหลีใต้พลาดท่า ถูกอิหร่านไล่มาติด 22-24 ผู้เล่นจีนบางคนเดินมาโห่จนเกือบจะติดขอบโฆษณาที่คั่นสนาม

18.59 น. เกาหลีตบปิดเซ็ตได้สำเร็จ เลยพากันโห่จีนกลับ และทำท่าเหมือนจะกรูกันออกมาไล่ต้อนจีนให้กลับออกไปทางประตู ผู้ตัดสินเป่าเตือนให้เกาหลีใต้เดินเปลี่ยนข้างเพื่อเล่นเซ็ตสาม แต่ช่วงนั้น จีนทะยอยเดินออกจากสนามพร้อมชูนิ้วกลางหลายคน ทีมเกาหลีใต้โห่ไล่จีน พอเห็นจีนชูนิ้วกลางใส่ขณะหันหลังเดินออกไป เลยทำท่าไม่พอใจชูนิ้วกลางใส่จีนบ้าง

นี่เป็นที่มาที่ยืนยันจริงจากคนที่เห็นเหตุการณ์จริงในสนามนะครับ ส่วนเวลา ตั้งขึ้นมาลอยๆ ให้เห็นลำดับของเหตุการณ์

ไม่ธรรมดา! “ต๊อด” ปิติ ควง คาร์โล ผงาดโพเดี้ยม 2 เรซซ้อน ศึกจีที 3 ยุโรป

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบจีที 3 ชิงแชมป์ยุโรป “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์คัพ” รอบเมนเรซ ที่มิซาโน่ เวิลด์ เซอร์กิต ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา

“ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ควง คาร์โล แวน แดม ที่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการจีที 3 ชิงแชมป์ยุโรป ด้วยการเข้าอันดับสองในควอลิฟายเรซ ทั้งๆที่เพิ่งร่วมแข่งขันบล็องค์แปง จีที ซีรีส์ เป็นครั้งแรกในชีวิต

แต่พอถึงรอบเมนเรซ สองคู่หูทีมเคซเซล เรซซิ่ง ทีพี 12 ยังยืนยันความยอดเยี่ยมด้วยการควบเฟอร์รารี 488 จีที3 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองในรุ่นโปรแอมเป็นเรซที่สองติดต่อกัน
โดย “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี กล่าวหลังขึ้นโพเดี้ยมบนเวทียุโรปเป็นเรซที่ 2 ติดต่อกันว่า “นอกเหนือจากการคว้าที่ 2 ในสองช่วงการแข่งขันแล้ว ผมอยากชื่นชมทีมงานเบื้องหลัง ทั้งโมเทค เอนจิเนียร์ ประจำทีมที่ประจำอยู่ในเวิร์คกิ่ง สเตชั่น และ หัวหน้าช่างที่ทำหน้าที่แบ๊คอัพ พิท ครูว์ ซึ่งเป็นช่างทัพหลังที่คอยยื่นมือและสังเกตุการเพื่อช่วยทีมงานพิทเลนให้ทำงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เหมือนจะเล็ก แต่ถ้าไม่มี หรือ ขาดหายไป นั่นหมายถึงรถจอดรอหรือถูกปรับแพ้”

นักขับชาวไทยยังกล่าวถึงการมาขับในบล็องค์แปล จีที ด้วยว่า “เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมบอกจะกลับมาแข่งรถ ทุกคนต่างถามว่าจะไหวเหรอ ผมบอกไม่รู้ แต่อยากตามความฝันตั้งแต่วัยเด็กของตัวเอง นั่นคือการได้เข้าร่วมแข่งขันระดับชิงแชมป์ยุโรป หลายคนบอกมีเงินก็แข่งได้ แต่คนที่อยู่วงการรถยนค์จะรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด แต่วันนี้ปีที่ห้า หลังจากสองปีในไทย สองปีในเอเชีย วันนี้ผมมาถึงที่นี่แล้ว 5 ปีที่วางแผน 25 ปีแห่งการรอคอย”

ส่วนแชมป์ของรุ่นโปรแอมเป็น อเล็กซานเดอร์ แมทชุลล์ และ แดเนียล คีลวิทซ์ สองนักขับของทีมรินัลดี เรซซิ่ง ในรถเฟอร์รารี 488 จีที3 ซึ่ง อเล็กซานเดอร์ กล่าวว่า “เราออกสตาร์ทสัปดาห์ด้วยความเหนื่อยยาก แต่ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ในช่วงแรกผมสามารถแซงขึ้นมาได้หลายคันซึ่งผมค่อนข้างพอใจที่สามารถขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ดีได้ และเป็น แดเนียล ที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบในการขับรถเข้าเส้นชัย”
ส่วนแชมป์โอเวอร์ออลรายการเปิดฤดูกาลบล็องค์แปล จีที ซีรีส์ เป็นของ มักซี บุห์ค นักขับชาวเยอรมนี และ แฟร็งค์ เปเรร่า นักขับชาวฝรั่งเศส ของทีมเฮชทีพี มอเตอร์สปอร์ต ที่หลังเข้าเส้นเป็นอันดับหนึ่งในรอบควอลิฟายเรซแล้วยังโดดเด่นต่อเนื่องในรอบเมนเรซ ขับเมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งโดยทิ้งห่าง เบนท์ลีย์ ทีม เอ็ม สปอร์ต อันดับสอง ถึง 23 วินาที และอันดับสามเป็น เมอร์เซเดซ เอเอ็มจี เฮชทีพี ทีม มอเตอร์สปอร์ต ในรถเมอร์เซเดซ เอเอ็มจี จีที3 อีกคัน

แฟร็งค์ ปาเรร่า และ มักซี บุห์ค ยังโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจต่อจากควอลิฟายเรซ ปาเรร่า ที่ขึ้นนำตั้งออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลโพซิชั่น และเวลาเวลาหนีอันดับสองมากกว่า 7 วินาทีก่อนจะเข้าพิม และเป็น มักซี บุห์ค ที่ลงมาขับเป็นคนที่สองและควบเมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3 เข้าเส้ยชัยเป็นอันดับหนึ่งโดยทิ้งอันดับสองถึง 23.353 วินาที เป็นสถิติใหม่ของบล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์คัพ

ยิงกันสลุต! “แข้งเทพ” เปิดบ้านอัด “ค้างคาวไฟ” 4-2 ศึกไทยลีก

“แข้งเทพ” รองแชมป์เก่า เปิดบ้านต้อนรับ “ค้างคาวไฟ” บอลเปลี่ยนโค้ชมาใช้ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก คุมทัพอย่างเป็นทางการนัดแรก

เริ่มเกมไปได้แค่ 7 นาที สกอร์แรกก็เกิดขึ้นจากจังหวะ พุทธินันท์ เปิดจากกราบขวาให้ “โจโจ้” จับหนึ่งจังหวะก่อนจิ้มด้วยขวาตุงตาข่ายให้ แบงค็อก ขึ้นนำเร็ว 1-0

หลังเสียประตู “ค้างคาวไฟ” พยายามเซ็ตบอลบุกขึ้นมาลุ้นทำประตูคืน แต่เจ้าถิ่นลงมาตั้งรับแน่น แล้วรอจังหวะโต้กลับ จนมาถึงนาทีที่ 25 แบงค็อก ก็ได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะวางบอลอย่างเหมาะเหม็งของ สุมัญญา ข้ามแนวรับสุโขทัย ไปถึง “โจโจ้” พุ่งโหม่งเต็มๆ ตุงตาข่าย
นาที 35 แบงค็อก เกือบได้ประตูที่ 3 จากจังหวะ มาเชน่า ได้บอลโยนยาวก่อนพลิกหลุดเดี่ยวมาถึงริมเส้นและเปิดเข้ากลางให้ “โจโจ้” เลยไปนิดเดียว แต่บอลมาถึง บอสโควิช ซัดเต็มข้อ บอลพุ่งจะเสียบคาน แต่ ไพโรจน์ พุ่งปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

แต่นาทีถัดมา “ค้างคาวไฟ” น่าได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ อโดรวิช ได้ยิงจ่อๆ ในเขตโทษ แต่ วรุฒ ยังพุ่งปัดออกหลังไปได้ และอีก 2 นาทีต่อมา สุโขทัย ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะคืนหลังสั้น บิรัม ตัดบอลไปได้ ก่อนแตะหลบ วรุฒ ที่ออกมานอกกรอบเขตโทษ แต่ไม่เหลือมุมยิงแล้ว ทำให้ บิรัม ซัดออกหลังไป

ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก 2 นาที “ค้างคาวไฟ” เกือบทำเข้าประตูตัวเอง เมื่อ แบงค็อก ทำชิ่งขึ้นมาถึงริมเส้นฝั่งขวา ก่อนที่ มาเชน่า จะเปิดเข้ากลางประตู และเป็น พนธกร ที่พยายามเตะสกัดบอลทิ้ง แต่บอลพุ่งไปกลางประตู โชคดีที่ ไพโรจน์ ยืนขวางอยู่ จึงโดนอัดไปเต็มๆ กระดอนออกมา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเจ็บนาทีแรก แบงค็อก ก็มาได้จุดโทษเมื่อ ณัฐวุฒิ ไปทำฟาวล์ บอสโควิช และเป็น บอสโควิช ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด ทำให้จบครึ่งแรก แบงค็อก ยูไนเต็ด นำ สุโขทัย เอฟซี 3-0

กลับมาลุยต่อครึ่งหลัง แบงค็อก ได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 49 “โจโจ้” ได้บอลหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับ ไพโรจน์ แต่ยิงไปติดเซฟ

นาที 53 “โค้ชเบ๊” แก้เกมส่ง เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด ลงมาแทน พิชิตย์ ใจบุญ และนาทีที่ 55 “ค้างคาวไฟ” ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจาก บิรัม ไล่มาเป็น 1-3

อีก 2 นาทีถัดมา “โค้ชเบ๊” ปรับเกมรุกส่ง แอนทอน เซมลิเอนุกกิน ลงสนามแทน แอดเมียร์ อโดรวิช และได้ผลในนาทีที่ 65 “ค้างคาวไฟ” ได้ประตูไล่มาเป็น 2-3 จาก ดิยุฟ บิรัม คนเดิม
แต่นาทีที่ 69 แบงค็อก มาได้ประตูหนีอีกครั้งเป็น 4-2 จาก พุทธินันท์ ไหลบอลให้ มาเชน่า ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเสียบตาข่ายอย่างสุดสวย

นาที 78 “โค้ชเบ๊” ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง ก้องนธีชัย บุญมา ลงมาแทน เลอสันต์ เทียมราช

ช่วงเวลาที่เหลือ “ค้างคาวไฟ” พยายามบุกหนัก แต่ทำประตูเพิ่มไม่ได้ผลบอลสด จบเกม สุโขทัย เอฟซี บุกไปพ่าย แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-4

“เสี่ยเขต” สั่งลุย! “ค้างคาวไฟ” บุกใส่ “แข้งเทพ” มั่นใจมีแต้มกลับรัง

ความเคลื่อนไหวทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีโปรแกรมทำศึกฟุตบอล “โตโยต้า ไทยลีก 2017” นัดที่ 7 บุกไปเยือน “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่สนามทรู สเตเดี้ยม (มธ.รังสิต) เวลา 19.00 น. ทรูสปอร์ต 5 ถ่ายทอดสด

ล่าสุด “เสี่ยเขต” เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีม “ค้างคาวไฟ” กล่าวว่า “ตอนนี้นักเตะได้เตรียมตัวและเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่ทางทีมค้างคาวไฟได้ปรับเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ เป็น “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ กุลบวรวัฒนดิลก และได้ฝึกซ้อมตามแผนการเล่นที่ได้เตรียมไว้ แต่ทัพค้างคาวไฟจะยังคงรูปแบบและสไตล์การเล่นบอลที่เน้นบอลรุก และเน้นทำเกมให้สนุก รวมถึงหาจังหวะเพื่อทำประตู ดังนั้นเชื่อว่าในนัดที่ต้องเจอกับทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด นั้นจะมีลุ้นเก็บแต้มได้อย่างแน่นอน”

“ผมยอมรับว่าทีมแบงค็อก เป็นทีมที่สายแข็ง และเกมในนัดนี้ของพวกเราเป็นเกมที่ยาก แต่ด้วยรูปแบบการเล่นของทีมคู่แข่ง ที่ทำให้ผลคะแนนออกมาได้แต้มเยอะ แต่จำนวนการเสียประตูก็มีเยอะเช่นกัน ดังนั้นในเกมแข่งขัน ทัพนักเตะค้างคาวไฟจะหาโอกาส เพื่อทำจังหวะพลิกเกม และเก็บแต้มมาให้ได้”

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทีม “ค้างคาวไฟ” กล่าวว่า สำหรับนักกีฬาของทีมนั้น ยอมรับว่ายังมีผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บอย่าง “กัปตันเจ๋ง” ยุทธพงษ์ ศรีละคร ที่ยังไม่สามารถฟิตร่างกายให้คืนสู่สนามในเกมที่ต้องเจอกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ทัน

หงส์เอาไหม!? โคเอนเทรา พูดเอง ไม่มีเหตุผลต้องเล่นให้ มาดริด อีกต่อไป

หงส์เอาไหม!? โคเอนเทรา พูดเอง ไม่มีเหตุผลต้องเล่นให้ มาดริด อีกต่อไป

หงส์เอาไหม!? โคเอนเทรา พูดเอง ไม่มีเหตุผลต้องเล่นให้ มาดริด อีกต่อไป

ฟาบิโอ โคเอนเทรา แบ็คซ้ายตัวท็อปของ เรอัล มาดริด ออกมาพูดด้วยตัวเองแล้วว่าเขาไม่ต้องการที่จะกลับไปอยู่กับต้นสังกัดเดิมอีกต่อไป หลังโดนส่งมาให้ โมนาโก ยืมใช้งานในฤดูกาลนี้

แข้งชาวโปรตุเกส เคยตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล อย่างหนักในช่วงซัมเมอร์ก่อน เนื่องจาก เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องการได้ผู้เล่นแบ็คซ้ายมาแทน อัลแบร์โต โมเรโน แต่พออกหักจาก โคเอนเทรา ทำให้ต้องยอมโยก เจมส์ มิลเนอร์ ไปเล่นแทนแบบช่วยไม่ได้

ฉะนั้นสำหรับทีม หงส์แดง แล้ว หลังจบฤดูกาลนี้ที่ สตาร์วัย 29 จะย้ายออกจาก เบอร์นาบิว แน่นอน ทำให้เป็นโอกาสเหมาะสำหรับการดึงมาร่วมทีมในตำแหน่งที่ตัวเองกำลังขาดอยู่พอดี

“ผมไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องกลับไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด อีกแล้ว” โคเอนเทรา กล่าวกับ มาร์กา

“สิ่งที่ตั้งใจไว้ก็คือพาตัวเองกลับไปสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดให้ได้ในฤดูกาลหน้า แม้จะมีสัญญาอยู่กับมาดริดจนถึงปี 2019 ก็ตาม แต่ผมต้องการที่จะเลือกทางเดินให้ตัวเอง”

“บางทีการกลับไปที่ โปรตุเกส ก็คงช่วยให้เรียกฟอร์มคืนมาได้จนเหมือนเดิม ผมอยากจะเล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดต่อไปอีกอย่างน้อย 3-4 ปี ซึ่งมั่นใจว่าทำได้แน่ แต่กับ มาดริด พวกเขาไม่มีผมอยู่ในแผนแล้วเช่นกัน”

ครบเครื่องต้มยำ! ‘ลี’ ซัดฝ่ายเดียวอัด ฮวง จนหลับ น็อกยกสามคู่เอกศึกONE

โหดเหลือเกินสำหรับ แองเจลา ลี แชมป์โลกรุ่นอะตอมเวต ไล่กระหน่ำอยู่ฝ่ายเดียวก่อนอัด เจนนี ฮวง จนหลับยกสาม ป้องกันเข็มขัดแชมป์ได้สำเร็จ… การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสม Mixed martial art หรือ MMA ในศึก ONE Championship: Warrior Kingdom เปิดฉากขึ้นเเล้ววันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี คู่เอกประจำวันระหว่าง แองเจลา ลี จากสิงคโปร์ ป้องกันตำแหน่งแชมป์รุ่นอะตอมเวต พบ เจนนี ฮวง จากไต้หวัน เริ่มยกแรก แองเจลา ลี โชว์ฟอร์มสมราคมตำแหน่งแชมป์เดินหน้าไล่อัด เจนนี ฮวง เกือบเอาตัวไม่รอด ไม่ว่าจะลูกต่อยอันหนักหน่วงหรือลูกทุบที่ดุดัน แต่ยังดีที่ระฆังดังทำให้ ฮวง ยังรอดพ้นยกหนีไป ยกสองยังเหมือนหนังม้วนเดิม แองเจลา ลี เดินเครื่องต่อแต่ก็ยังเผด็จศึก เจนนี ฮวง ไม่ได้ ต้องไปสู้กันต่อในยกสุดท้าย และในยกนี้ แองเจลา ลี ก็จับ ฮวง ล้มลงได้ก่อนขึ้นคร่อมอัดหน้า ฮวง จนเลือกออกแล้วหลับไปเลย กรรมการสั่งยุติการแข่งขัน ส่งผลให้ แองเจลา ลี เอาชนะน็อก เจนนี ฮวง ได้ในยกที่สาม ป้องกันเข็มขัดแชมป์รุ่นอะตอมเวตได้สำเร็จ

มาร์โก แวร์รัตติ : “เราไม่ได้แพ้เพราะกรรมการ”

มาร์โก แวร์รัตติ ยอดมิดฟิลด์ของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง ให้สัมภาษณ์ยอมรับถึงความพ่ายแพ้ต่อ บาร์เซโลน่า ในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนก่อนโดยดี และไม่กล่าวโทษการตัดสินของกรรมการแต่อย่างใด

ศึกฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปกลางสัปดาห์นี้ ไฮไลท์อยู่ที่การคัมแบ็คของ บาร์เซโลน่า ที่เอาชนะ เปแอสเช ได้ 6-1 จนพลิกสถานการณ์เข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างเหลือเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกวิจารณ์หนักมากว่าเป็นเพราะ ความผิดพลาดของผู้ตัดสินจึงทำให้ผลออกมาเช่นนี้ ซึ่ง แวร์รัตติ นั้นมีมุมมองว่า

“ตอนที่ คาวานี่ ยิงได้ พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าชิลล์ๆเลยล่ะ” เจ้าเล็กพริกขี้หนูกล่าวกับ เลอ กิ๊ป

“ขนาดที่นักเตะบาร์ซ่าบางคนถึงกับบอกผมเลยด้วยซ้ำว่า เกมนี้มันจบแล้ว การจะยิงได้ 3 ลูกใน 7 นาทีเป็นอะไรที่ผมหาคำมาอธิบายไม่ได้เลยจริงๆ แต่นี่แหละคือฟุตบอล”

“นี่เป็นเกมที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต และหวังว่ามันจะเป็นบทเรียนอันสำคัญแก่ทุกๆคน”

“แน่นอนว่าต้องเศร้ากันอยู่แล้ว เพราะเพิ่งโดนมา 1-6 เราต้องค้นหาตัวเองให้เจอเพื่อกลับมาแข็งแกร่งกว่าเก่า แต่ผมขอบอกไว้อย่างนะว่า ที่แพ้ไม่ใช่เพราะกรรมการ ทีมต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเกือบทั้งหมด”