ไม่น่าเลยจริงๆ ! จับหนุ่มพิการคารถเข็น โทษฐานค้ายาบ้า

หลังจากเจ้าหน้าที่สายสืบเฝ้าจับตาอยู่นาน จนมั่นใจว่า หนุ่มพิการในร้านของชำแห่งนี้ค้ายาบ้า จึงได้ทำการล่อซื้อยาจากสองคู่หูพิการ หนีไม่รอดทั้งคู่ จับได้พร้อมของกลาง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชัยนาทร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ติดตามเข้าจับกุมตัวนายนิด (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ที่ร้านขายของชำภายในซอยย่าน ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท หลังจากที่ทำการล่อซื้อโดยค้นพบยาบ้าจำนวน 9 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในขาเทียมข้างขวาของนายนิด และจับกุมผู้ต้องหาอีกคนในที่เดียวกัน คือนายนัน (นามสมติ) อายุ 35 ปี ชายพิการแขนขาอ่อนแรง ซึ่งเป็นผู้ขายที่สั่งให้นายนิดไปส่งยาบ้าให้กับสายสืบ ซึ่งยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในชุมชนมาหลายเดือนแล้ว

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ได้ให้สายสืบเฝ้าติดตามพฤติกรรมของชายพิการทั้งสองคนมาประมาณ 3 เดือน จนเป็นที่แน่ชัด จึงได้ทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายนัน โดยนัดส่งมอบกันในวันนี้ เมื่อถึงเวลานัดก็พบว่านายนิด เพื่อนร่วมขบวนการเป็นผู้มาส่งยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตามมาจนจับตัวได้ทั้งคู่

ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ได้สร้างความทุลักทุเลให้กับเจ้าหน้าที่พอสมควร เพราะนายนันเป็นผู้พิการที่ต้องนั่งรถเข็นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในการนำตัวไปส่งพนักงานสอบสวนต้องช่วยกันหามถึง 4 คนจึงนำตัวขึ้นรถได้ไม่น่าเลยจริงๆ ! จับหนุ่มพิการคารถเข็น โทษฐานค้ายาบ้า

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยครอบครัว น.ส.สุภัคสรณ์ สาวทอมโดนอุ้มฆ่า ร้องไห้เสียใจหนักในวันฌาปนกิจ น้องชายบวชอุทิศส่วนกุศล ด้านเพื่อนเผยทอมสาวเข้าฝันขอให้ร้องเพลง “แผลเก่า”

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตก

นศ.หนุ่มตกใจ เจอหมายเรียกโกงสอบนายสิบ ทั้งที่สอบตกหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รู้สึกตกใจหลังได้รับหมายเรียกเข้าให้ปากคำ กรณีการทุจริตสอบนายสิบ ทั้งที่สอบไม่ผ่าน ยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ แต่ก็พร้อมจะไปให้ปากคำ

(21 ม.ค.) นายเกม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังได้รับหมายเรียกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ

จากกรณีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในขบวนการทุจริตสอบนายสิบที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จากการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จำนวน 1,000 อัตราที่มีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กระทั่งได้ตรวจพบการทุจริตในภายหลัง

นายเกม เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับหมายเรียกทั้งตัวเองและครอบครัวก็รู้สึกตกใจและวิตกกังวลมาก เพราะในชีวิตไม่เคยกระทำผิดและไม่เคยได้รับหมายเรียกเลย แต่ยอมรับว่าตนเองได้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจริง โดยเข้าสอบที่สนามสอบบางนา แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบอย่างแน่นอน

สำหรับที่ถูกออกหมายเรียกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มเรียกตามหมายเลขผู้เข้าสอบ ซึ่งเลขที่นั่งสอบของตนเองอาจจะอยู่ใกล้กับกลุ่มที่มีการลอกข้อสอบหรือทุจริตสอบ ตนเองก็พร้อมที่จะเดินทางไปให้ถ้อยคำตามหมายเรียกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

แต่สิ่งที่กังวลในตอนนี้ คือนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปให้ถ้อยคำแล้ว ยังกลัวว่าการถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตทำให้ตนเองเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบครั้งต่อไปหรือไม่ จึงอยากวอนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นายเกม ยังกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่สมัครเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจครั้งนี้ เพราะเป็นความใฝ่ฝันของตนเองและครอบครัวที่อยากจะให้เข้ารับราชการตำรวจ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ประกอบกับครอบครัวมีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพค้าขายปลาทู หากลูกได้มีโอกาสเข้ารับราชการก็น่าจะมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พ่อแม่จึงตัดสินใจนำเงินเก็บที่ได้จากการขายปลาทูจ่ายค่าโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม จำนวน 30,000 บาท เพื่อติวเข้มทักษะความรู้ความสามารถเหมือนกับการสอบบรรจุทั่วไป

กระทั่งถึงวันสอบก็เดินทางไปสอบตามปกติ ที่สำคัญเมื่อประกาศผลสอบแล้วตนเองก็ไม่ผ่านการสอบครั้งนี้ ทั้งตามกระแสว่ามีการเรียกเงินรายละ 300,000-500,000 บาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนั้นได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรจึงมีชื่อถูกออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เข้าให้ถ้อยคำ

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตนก็พร้อมจะเดินทางไปให้ถ้อย แต่ต้องรอหมายเรียกครั้งที่สอง เนื่องจากหมายเรียกครั้งแรก เพิ่งส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา แต่ในหมายระบุให้เข้าให้ถ้อยคำวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเลยกำหนดไปแล้ว ซึ่งหากได้รับหมายอีกก็จะเดินทางไปตามหมายทันที

ดราม่าว่อน ตำรวจนำขบวนเก๋งคันหรู ฝ่าไฟแดงเชียงใหม่

ดราม่าว่อน ตำรวจนำขบวนเก๋งคันหรู ฝ่าไฟแดงเชียงใหม่ตำรวจเชียงใหม่ออกโรงแจง ดราม่าวิจารณ์ยับ ตำรวจนำขบวน “แลมโบร์กินี่” ฝ่าไฟแดงเฉย ชี้เป็นการอำนวยความสะดวกนำขบวนปกติ ที่ทำตามขั้นตอน-ขออนุญาตแล้ว

เกิดกระแสดราม่าในโลกโซเชี่ยลมีเดีย กรณีตำรวจจราจรนำขบวนรถหรูซูเปอร์คาร์ “แลมโบร์กินี่” ซิ่งฝ่าไฟแดงที่เชียงใหม่ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นอย่างมาก ด้านผู้บังคับบัญชาเผยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานตามหน้าที่ถูกต้องในการร้องขออำนวยความสะดวกการจราจรตามขั้นตอนแล้ว

จากกรณีที่มีผู้ใช้เพจทางเฟซบุ๊กชื่อ Cm-Club.com ได้โพสต์ภาพขบวนรถหรูแลมโบร์กินี่ กำลังขับฝ่าไฟแดง และมีลักษณะของทางตำรวจจราจรขับรถนำขบวน ขับรถขวางทางให้ขบวนผ่านแยกไฟแดงบริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน ด้านหน้าทางเข้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “เอาทั้งรถนำขบวน ทั้งฝ่าไปแดงเลยเหรอครับ พี่ฝูงกระทิง #ขับแลมไม่ติดไฟแดง เพราะซื้อตัวช่วยก็ได้เหรอ”

หลังจากนั้นก็มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ทั้งต่อว่ากลุ่มเจ้าของรถหรูว่ามีเงินสามารถทำอะไรก็ได้ รวมทั้งต่อว่าการทำงานของทางจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำนวยความสะดวกให้กับคนรวย ขณะเดียวกันก็มีกระแสตีกลับที่เข้ามาแสดงความเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำตามหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวกการจราจรตามที่มีการร้องขอความช่วยเหลือไปทางตำรวจ ซึ่งเป็นปกติและถูกขั้นตอนตาม พรบ.จราจร ด้วย

ในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า กรณีนี้เป็นการร้องขอมาจากทางกลุ่มผู้จัดคาราวานรถยี่ห้อดัง เพื่อมาท่องเที่ยวทางภาคเหนือ แต่ด้วยปริมาณรถที่มาร่วมงานเป็นคาราวานมีจำนวนหลายคัน จึงได้ร้องขอให้ทางตำรวจจราจรเชียงใหม่อำนวยความสะดวกการจราจรให้ เพื่อความปลอดภัยทางด้านจราจร และแก้ไขปัญหารถติดในเส้นทางที่ขบวนรถผ่าน ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย และ พรบ.จราจร ที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าตำรวจไปทำงานรับใช้คนรวย แต่ทำไปตามหน้าที่ เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองใหญ่จะมีลักษณะของการร้องขอความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเป็นปกติ แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคาราวานท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม เป็นคณะ คาราวานของการจัดงาน และสินค้าทั้งของภาครัฐ และเอกชน

รวมไปถึงกรณีของคาราวานท่องเที่ยวรถยี่ห้อต่างๆ ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ ก็มีการร้องขอให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกทางด้านการจราจร เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบด้านจราจร และความปลอดภัยทั้งของผู้ที่ร้องขอและประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจราณาของทางเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมว่าจะดำเนินการให้หรือไม่เป็นรายๆ ไป ส่วนกรณีนี้ก็ทำถูกต้องตามขั้นตอน และผ่านการพิจราณาของเจ้าหน้าที่ จึงไม่ทราบเหตุผลของผู้โพสต์ว่าต้องการอะไร แต่หากโพสต์หมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ในการทำงานก็อยากให้เข้าใจว่าตำรวจทำงานรับใช้ประชาชนทุกหมู่

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.ปิดฉากรักไม่สวย อดีตคู่ผัวเมีย..เพิ่งหย่าร้างกันหมาดๆ แทงกันตายคาวินจักรยานยนต์รับจ้าง หญิงตาย-ชายรอมอบตัว คาดปมหึงหวง อ้างแฟนใหม่ฝ่ายหญิงมาเยาะเย้ย

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างถูกแทงด้วยอาวุธมีดนอนเสียชีวิต ที่วินรถจักรยานยนต์หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

พบร่าง นางปนัดดา ศรีคงคา อายุ 41 ปี ชาว ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ร่างกายบริเวณหัวไหล่ซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่บริเวณกลางหลังอีก 7 แผล

โดยผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นายชาญชัย เจตมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี เช่นเดียวกัน และเป็นพนักงานบริษัทเสริมสุข แผนกควบคุมคุณภาพ เกี่ยวข้องเป็นอดีตสามีผู้ตาย

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเห็นนายชาญชัยมายืนรอผู้ตายที่วิน เมื่อผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้ามา หลังจากไปส่งผู้โดยสาร นายชาญชัยก็เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้อาวุธมีดแทง ตนจึงได้แย่งมีดและโยนทิ้งจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหนรอมอบตัวดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายชาญชัยทราบว่าตนกับผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากเลิกรากันแล้ว และของอ้างว่าถูกแฟนใหม่ผู้ตายมาเยาะเย้ย และคิดว่าผู้ตายเป็นผู้ที่ใช้ให้มาทำพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมได้นำตัวไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการตายก่อนให้ญาติมารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ลูกศิษย์วัดดังกาฬสินธุ์ โต้สาวร้องเจ้าอาวาสล่อล่วงไม่เป็นจริง

ลูกศิษย์วัดดังกาฬสินธุ์ โต้สาวร้องเจ้าอาวาสล่อล่วงไม่เป็นจริงลูกศิษย์วัดดังกาฬสินธุ์ ออกแถลงโต้สาวร้องเจ้าอาวาสล่อล่วงไม่เป็นความจริง หลังอีกฝ่ายบุกร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี

คณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาสออกแถลงการณ์ ยืนยันสาวร้องถูกเจ้าอาสาวล่อลวงเสพเมถุนไม่เป็นความจริง ระบุหวังทำลายเชื่อเสียงและขู่กรรโชกทรัพย์ 30 ล้านบาท จนถูกพนักงานสอบสวนและอัยการสั่งฟ้อง กระทั่งศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน ขอความร่วมมือสื่อเผยแพร่ข่าวสารอย่างระมัดระวัง เพราะคดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล

จากกรณี น.ส.โสมณุดา สัมมานุช ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายพีระ ทองโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีถูกพระเมือง พลวัฑโฒ หรือพระโพธิญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดวัดป่ามัชฌิมวาส ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ใช้เล่ห์ล่อลวงจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์ทางเพศ เหตุเกิดเมื่อกลางปี 2557 แต่กลับถูกแจ้งความคดี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 คณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาส ได้ออกแถลงการณ์ ลงวันที่ 19 มกราคม 2560 เรื่องแถลงการณ์จากคณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาส โดยมีข้อความว่า

ตามที่ปรากฏในสื่อ ซึ่งออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 เกี่ยวกับการร้องเรียนของนางสาวโสมณุดา ที่ร้องต่อสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น คณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาส บ้านดงเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ขอชี้แจงว่าข้อความกล่าวอ้างของนางสาวโสมณุดา ไม่เป็นความจริงทุกประการ

เนื่องจาก นางสาวโสมณุดา ได้จัดทำคลิปวีดีโอขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพื่อทำลายชื่อเสียงเจ้าอาวาสวัดป่ามัชณิมวาส และขู่กรรโชกเอาเงินจากทางวัดป่ามัชณิมวาสจำนวน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาท) เป็นเหตุให้วัดป่ามัชณิมวาสได้มีการร้องทุกกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนางสาวโสมณุดา ที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ในข้อหาความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ และความผิดฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งในชั้นจับกุม นางสาวโสมณุดา จับกุมได้พร้อมของกลาง

นางสาวโสมณุดา ยอมรับว่า เป็นผุ้จัดทำคลิปวีดีโอดังกล่าวขึ้น เพื่อขู่กรรโชกเอาเงินจากทางวัดจริง และในชั้นสอบสวน นางสาวโสมณุดา ทนายความและญาติ ได้มากราบขอขมาเจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิววาส ด้วยสำนึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำผิดไปแล้ว และได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

แต่คดีนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ พนักงานสอบสวนได้พิจารณาพยานหลักฐานและสรุปสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้องนางสาวโสมณุดาตามข้อกล่าวหาทุกประการ และได้ส่งสำนวนต่อไปให้พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ส่งฟ้องตามข้อกล่าวหาและได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นางสาวโสมณุดา เป็นจำเลยตามคดีอาญาหลายเลขดำที่ 174/2558 และวัดป่ามัชฌิมวาสได้เข้าเป็นโจทย์ร่วมด้วย

ต่อมาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานจากโจทย์ โจทย์ร่วมและจำเลยแล้ว จึงได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ทุกข้อกล่าวหา โดยพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2937/2559 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 จำเลยได้อุทธรณ์ และได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นั้นห้ามเผยแพร่พยานหลักฐานในคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ดังนั้นคณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาสเห็นว่า คดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งจำเลยได้ใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมตลอดมาแล้ว คณะศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาสจึงเป็นสมควรให้เรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการยุติธรรมของศาลและขอความร่วมมือต่อสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าวสารอย่างระมัดระวัง โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีการลงชื่อด้านท้ายว่า ในนามศิษยานุศิษย์วัดป่ามัชฌิมวาส นายปิยะทัศน์ วีระนพนันท์ นายสุทัศน์ ศิริพรอดุลศิลป์ และนายพรเทพ เสียงไพรพันธ์

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังคณะศิษยานุศิษย์ของวัดป่ามัสฌิมวาส ที่ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ซึ่งทางวัดยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพียงแต่ออกแถลงการณ์เท่านั่น และยังไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดได้ เพราะเกรงว่าจะหมิ่นศาล และปล่อยเป็นหน้าที่ของศาล จึงขอปรึกษากันก่อน

ส่วนบรรยากาศที่วัดป่ามัชฌิมวาสค่อนข้างเงียบเหงา แต่ก็ยังมีประชาชนทั่วไปเข้าไปทำบุญ ซึ่งก็ไม่มากนัก และมีบรรดาลูกศิษย์เข้าไปในวัด แต่ทางศิษยานุศิษย์ขอความร่วมมือและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพภายในวัด พร้อมทั้งไม่ขอพูดถึงรายละเอียดใดๆ เพราะได้ออกแถลงการณ์แล้ว จึงไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสอยู่ภายในวัดหรือไม่

นายศุภเดช การถัก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามที่มีการเสนอข่าว คือทางวัดได้แจ้งความและฟ้องในข้อหาความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ และความผิดฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับนางสาวโสมณุดา กระทั่งมีการสั่งฟ้องและศาลตัดสินจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

และขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ไม่สามารถที่จะก้าวล่วงได้ เนื่องจากเรื่องยังอยู่ที่ศาล อีกทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์มีหน้าที่สนองงานของคณะสงฆ์ ในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาต่างๆและประสานงานของภาครัฐกับคณะสงฆ์เท่านั่น ไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ ในเรื่องนี้

ทร.จัดเรือหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของ ช่วยชาวบ้านประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ทร.จัดเรือหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของ ช่วยชาวบ้านประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้วันนี้ (17 มกราคม 2560 ) หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ (มบภ.ทร.) ประชุมวางแผนการลำเลียงสิ่งของบริจาคที่มากับ เรือหลวงมันใน ขึ้นสู่หาด พร้อมส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี โดยจัดเรือระบายพลขนาดเล็ก ของเรือหลวงอ่างทอง ส่งชุดล่วงหน้า ประกอบด้วยชุด BMU ชุดอำนวยการส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือฯ ขึ้นสู่หาด

จากนั้นนำเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM) และเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP)จากเรือหลวงอ่างทองเข้ารับถุงยังชีพ จากเรือหลวงมันในที่เดินทางมาจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ นำของบริจาคที่ได้จากพี่น้องประชาชน นำมาแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.นครศรีธรรมราช

ด้านพลเรือโทภาณุ บุญยะวิโรจ เสนาธิการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ และนำหลักการปฏิบัติการทางทหารมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการปฏิบัติการของหน่วยกำลังนี้ยังคงยึดหลักการ “From The Sea” ตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ ภายใต้แนวคิด “ทหารเรือจะไม่ทิ้งประชาชน “

‘ปึ้ง’เชียร์พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์มาถูกทาง

‘ปึ้ง’เชียร์พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์มาถูกทาง หนุนแนวคิดที่จะเชิญฝ่ายต่างๆ มาลงนามเซ็นเอ็มโอยูปรองดอง

เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในวันนี้ทุกฝ่ายเห็นด้วย และพร้อมให้ความร่วมมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในเรื่องการปรองดอง ที่มาถูกทางแล้ว แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ก็สนับสนุนแนวคิดที่ พล.อ.ประวิตรจะเชิญฝ่ายต่างๆ มาร่วมลงนามในเอ็มโอยูปรองดอง นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ถึงแม้ว่าบางกลุ่มจะแสดงความคิดเห็นและข้อห่วงใยและเกรงว่าการปรองดองในครั้งนี้อาจจะไม่สำเร็จได้จริง แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่คิดทำอะไรเลย พล.อ.ประวิตร ในฐานะพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ก็จะได้รับคำสรรเสริญชื่นชมจากประชาชนหากประสบความสำเร็จ ในการขจัดความขัดแย้งในบ้านเมืองให้หมดไป สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น และเชื่อว่าต่างชาติก็อาจจะนำเอาไปใช้เป็นแบบอย่างก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะทำเรื่องนี้ด้วยความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เพราะพวกเราทุกคนคือคนไทยด้วยกัน ถึงเวลาแล้วที่ควรจะหันหน้ามาพูดคุยกัน ควรจะรู้รักสามัคคี ให้อภัยซึ่งกันและกัน เลิกลาต่อกันได้แล้วบ้านเมืองจะได้ก้าวไปข้างหน้า คนไทยจะได้อยู่กันอย่างมีความสุขเสียที ประเทศไทยเสียโอกาส เสียหายทางชีวิตและทรัพย์สินไปมากพอแล้ว และหวังว่าคนไทยทุกคนควรหันกลับมาช่วยกันปฏิรูปตนเอง เคารพกฎหมาย สิทธิเสรีภาพ หลักมนุษยธรรม ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม

เด็กๆฮิต! ปีนป่ายถ่ายรูป ฮ.-บินรบ

เด็กสุดหรรษา ร่วมกิจกรรมงานวันเด็กประจำ ปี 2560 กันคึกคัก ทั้งเล่นเกมรับของขวัญของที่ระลึก โดยที่ทำเนียบรัฐบาล “ประยุทธ์” ขอให้เด็กหมั่นอ่านหนังสือพัฒนาสมอง พร้อมฝากกระทรวงศึกษาธิการช่วยสอนเด็กให้คิดวิเคราะห์ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณค่า ขณะเดียวกัน กองทัพยังคงขนอาวุธยุทโธปกรณ์มาโชว์เพียบ เป็นที่ถูกอกถูกใจ แห่ปีนป่ายถ่ายรูปล้นหลาม

เป็นประจำทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่ทางการกำหนดให้เป็น “วันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งในปี 2560 นี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพร้อมใจจัดสารพัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ ได้สนุกสนานพร้อมได้ความรู้ โดยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 25560 ครั้งที่ 62 ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา” โดยมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานต่างๆร่วมจัดกิจกรรม ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในงานว่า วันนี้หลายหน่วยงานร่วมกันจัดงาน เด็กๆได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้ประสบการณ์และความทรงจำดีๆ และถือเป็นพลังสำคัญของประเทศในอนาคต ดังนั้น ครอบครัวที่ถือเป็นสถาบันสำคัญต้องปลูกฝังใกล้ชิดเด็ก รองลงมาคือสังคมต้องร่วมกันทำให้เด็กมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี สอนให้เด็กคิดเป็น อย่ามองอะไรผ่านๆ สนใจเรียนรู้สิ่งที่ได้เห็นและได้ฟังว่า นั่นคือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศหรือไม่

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ยอมรับการปรับแก้การศึกษาเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ยากสำหรับรัฐบาลนี้ที่จะทำ ดังนั้น รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการต้องทำ ให้ได้ วันนี้ทำได้เท่าไหร่ก็ทำไปก่อน แล้วทำต่อไปเรื่อยๆตามยุทธศาสตร์ 20 ปี สำคัญต้องสอนเด็กให้รู้จักคิด วิเคราะห์ เขียนหนังสือเก่งๆ ต้องคิดเร็วและเขียนเลย จะทำให้เขียนได้เก่ง เพราะถ้าเขียนหนังสือไม่ได้ก็จะสื่อสารไม่ได้ ทั้งครูและเด็กต้องพัฒนาตรงนี้ และต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ต้องมีค่านิยม 12 ประการอยู่ในจิตสำนึก ปีนี้ตนให้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ “เด็กไทย ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ที่สอนคนให้มองที่ประเทศชาติเป็นหลัก เพราะถ้าประเทศชาติมาก่อนได้ประเทศเจริญแน่นอน และฝากกระทรวงศึกษาธิการด้วย ช่วยสอนเด็กให้คิด วิเคราะห์ มีการเขียน สรุป ย่อ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณค่า

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินชมตามจุดจัดงานของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกล่าวกับเยาวชนที่มาร่วมงานวันเด็กที่ตึกสันติไมตรีว่า วันนี้อยากให้ทุกคน ใช้เวลาที่ตนยังอยู่ช่วยกันทำความดีเพื่อแผ่นดินสนองพระราชปณิธานของในหลวง ร.9 ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานความห่วงใยมาเสมอ ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้รับสั่งกับตนหลายครั้งเรื่องการให้ความสำคัญกับเด็ก การศึกษา การพัฒนาประเทศ โดยรับสั่งว่าขอให้พัฒนาเด็กให้มีวินัย อันหมายถึงวินัยของคนในชาติ และพัฒนาความรู้ ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้อุ้ม ด.ญ.ภาวิดา พรวัฒนานุกูล หรือน้องใบพลู ผู้ขับร้องบทเพลง “ต้นไม้ของพ่อ” ขึ้นมาหอมแก้ม พร้อมยื่นแก้มให้น้องใบพลูหอม ก่อนเดินชมกิจกรรมต่างๆภายในตึกสันติไมตรี ก่อนมาร่วมร้องเพลง “สะพาน” กับวงดนตรีของกรมดุริยางค์ทหารบก ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึก

สำหรับกิจกรรมวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก โดยไฮไลต์คือการนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง นายกฯ การเยี่ยมชมห้องต่างๆภายในตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเด็กทุกคนจะได้รับแจกประวัติทำเนียบรัฐบาลและมีวิทยากรแนะนำความเป็นมา โดยนายกรัฐมนตรี แจกของขวัญให้เด็กๆที่มาร่วมกิจกรรม อาทิ ตุ๊กตา พวงกุญแจ วีซีดีการ์ตูนพระมหาชนก สำหรับเด็กคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งนายกฯวันนี้คือ ด.ช.ชวัลวิทย์ บุญมี หรือน้องลาติน อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดชุมแสง อ.สวี จ.ชุมพร โดยน้องลาตินกล่าวว่า รู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่ได้นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งนายกฯ และต้องการจะถ่ายภาพคู่กับนายกฯ เมื่อโตขึ้นมีความใฝ่ฝันอยากเป็น รมว.กลาโหม โอกาสนี้อยากฝากถึงนายกฯให้ไปเยี่ยมเด็กนักเรียนที่โรงเรียนวัดชุมแสงเพราะเพื่อนๆที่ไม่มีโอกาสมางานวันเด็กที่ทำเนียบฯ ขณะที่นายประสพโชค บุญมี ผู้ปกครองของน้องลาตินกล่าวว่า ตั้งใจพาน้องลาตินและลูกชายอีก 3 คนมาร่วมงาน ตนมาเข้าแถวรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 05.30 น. เพราะลูกชายอยากจะนั่งเก้าอี้นายกฯ และถ่ายภาพคู่กับนายกรัฐมนตรี

ขณะที่การจัดงานวันเด็กในส่วนของเหล่าทัพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าตามหน่วยทหารต่างๆ ใน กทม.ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้ปกครองที่นำลูกหลานเข้ามาร่วมกิจกรรม ที่นอกจากมีการละเล่น แจกของขวัญของที่ระลึกแล้ว ไฮไลต์ของแต่ละจุดคือการนำอาวุธยุทโธปกรณ์มาจัดแสดงให้เด็กๆได้สัมผัสของจริง และสาธิตการทำงานของอาวุธรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันในปีนี้ ส่วนใหญ่จะมีการเพิ่มนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในหลวง ร.9 เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ อาทิ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กทม.จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “วันเด็ก กองบัญชาการกองทัพไทย สืบสานพระราชปณิธาน เป็นเด็กดีของพระราชา” ส่วนที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2560 ที่มีการนำสรรพาวุธมาโชว์ อาทิ รถถัง รถสายพานลำเลียงพล เฮลิคอปเตอร์ ฯลฯ เช่นเดียวกับที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. เป็นประธานในการเปิดงานวันเด็กแห่งชาติในส่วนของกองทัพอากาศ ในชื่องาน “กองทัพอากาศ สานฝันเด็กไทยรักการบิน” ซึ่งตลอดวันมีเด็กๆเดินทางมากับครอบครัวให้ความสนใจกับเครื่องบินและกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังได้จัดกิจกรรมงานวันเด็กในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สนามบินเล็กกองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา, กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี, กองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์, กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, กองบิน 7 อ.พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี, กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี, กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่, กองบิน 56 จังหวัดสงขลา ฝูงบินอิสระ สถานีรายงานบ้านเพ และกอง

ร้องศูนย์ดำรงธรรม ไม่ได้รับเงินผู้สูงอายุ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้สูงอายุประมาณ 50 คน รวมตัวถือป้ายข้อความว่า “เงินผู้สูงอายุ 4 เดือน และเงินผู้พิการ 4 เดือน” ก่อนเข้าขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม อ.เมืองสมุทรสาคร ให้ช่วยเร่งรัดเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับจาก อบต.บางน้ำจืด 4 เดือนแล้ว โดยทางด้านนางเสริมศิริ คงทน อายุ 65 ปี เผยว่า ผู้สูงอายุต่างรอคอยและสอบถามเรื่องนี้กันมาตลอด

ก็ได้รับคำตอบว่ายังติดขัดในเรื่องของข้อกฎหมายและโยนกันไปมา ซึ่งเรื่องที่ต้องร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือเบี้ยผู้สูงอายุที่แม้จะดูไม่มากมายในแต่ละเดือน แต่ก็เป็นเงินที่มีค่ามากมายสำหรับผู้สูงอายุที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้มากในแต่ละเดือนต่อมา
นางเฟื่องเพชร ชีวะสุวรรณ ท้องถิ่นอำเภอเมืองสมุทรสาคร และนายรัฐพล ประถมวงษ์ ปลัดอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้เชิญผู้แทนกลุ่มผู้สูงอายุขึ้นไปห้องประชุม พร้อมชี้แจงว่า สาเหตุที่เบี้ยผู้สูงอายุไม่สามารถอนุมัติเบิกจ่ายได้

เนื่องจากการประชุมสภา อบต.บางน้ำจืด เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2559 ไม่ชอบด้วยขั้นตอนของระเบียบข้อบัญญัติของกฎหมาย นายอำเภอในฐานะคนเซ็นข้อบัญญัติก็ส่งคืนไปที่สภา เพื่อให้พิจารณาข้อบัญญัติใหม่ แต่แล้วสภาก็ยืนยันคำเดิมว่าข้อบัญญัติถูกต้องแล้ว ก็เสนอมาที่นายอำเภอ แต่กฎหมายบอกว่าต้องส่งให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาแล้วแจ้งว่ายังไม่มีการแก้กระบวนการประชุม ดังนั้นจึงส่งคืนกลับไปอีกให้ทางนายก อบต.บางน้ำจืด นำข้อบัญญัติเข้าสภา และเมื่อเข้าสภาแล้วก็จะส่งให้ทางอำเภอดำเนินการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในเดือนมกราคม 2560 ไม่เกินวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 นี้