เที่ยวจันทบุรี

กาลครั้งหนึ่ง Coffee Tea & Beyond

กาลครั้งหนึ่ง Coffee Tea & Beyond เป็นชื่อของร้านกาแฟน่ารักๆ บรรยากาศอบอุ่นใจกลางเมืองจันท์ ตกแต่งร้านสไตล์ย้อนยุคนิดๆ

มีของเล่นสังกะสี และจักรยานโบราณมาตั้งโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย
เมนูแนะนำของร้านนี้นอกเครื่องดื่มสุดอร่อยอย่างกาแฟสด น้ำผลไม้ปั่น ซูกัสปั่นสีสันสดใส และของกินเล่นเบาๆ มากมายแล้ว
ที่นี่ยังมีเมนูอีกหลากหลายที่เจ้าของใจดีสร้างสรรค์ความอร่อยขึ้นมาอีกเพียบ แวะไปชิมกันได้จ้า
ตามไปชิมกาลครั้งหนึ่ง Coffee Tea & Beyond




ที่ตั้ง : 894 ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา: ทุกวัน 10.00-24.00 น.

โทร. 0 3932 1700, 08 1002 2066

ร้านเจ๊เพ็ญ เย็นตาโฟ จันทบุรี

ก๋วยเตี๋ยวเจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ ตรงหน้าวัดไผ่ล้อม เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ดังมากในตัวจังหวัดจันทบุรี ด้วยความอร่อย และกิติศัพท์ในเรื่องก๋วยเตี๋ยวกั้ง/ปู ที่เน้นเครื่องเยอะจนคับชาม จนทำให้หลายคนตามมากิน คนเป็นแฟนพันธ์แท้ก๋วยเตี๋ยวทะเลต้องไม่พลาดชิม




ร้านเจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ หรือที่บางคนเรียก เจ๊เพ็ญวัดไผ่ล้อม เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟที่เปิดมานานกว่า 50 ปี เจ้าของต้นตำรับคือเจ๊เพ็ญ ร้านดั้งเดิมอยู่ตรงตึกแถวริมรั้ววัดไผ่ล้อม และปัจจุบันมีอีกสาขาอยู่ตรงถนนท่าหลวง
บรรยากาศของร้านเจ๊เพ็ญวัดไผ่ล้อม เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวตึกแถวห้องเดียวธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ติดแอร์ หากมาถึงร้านให้หาที่จอดรถ แล้วรีบหาที่นั่งก่อน โต๊ะนั่งจะมีในร้าน และตรงบริเวณหน้าร้านด้วย แต่ละวันคนค่อนข้างเยอะ ควรมาแต่หัววันหน่อย เพราะบางครั้งอาจต้องรอคิวนาน หรือของอาจจะหมดซะก่อน

ร้านเจ๊เพ็ญ หน้าร้านเป็นที่ทำก๋วยเตี๋ยว มีตู้ใส่เครื่องซีฟู้ดสำหรับใส่ก๋วยเตี๋ยว โชว์ไว้ในจานชามให้เห็น เช่นเนื้อปูแกะ ก้ามปู กั้งไข่ แมงกระพรุน หมึกกรอบ และอื่นๆ อีกมาก และยังมีกระทะทอดเต้าหู้ทอด สั่งมากินเล่นได้

เมนูก๋วยเตี๋ยวในร้านสั่งได้ทั้งแบบน้ำและแห้ง
– แบบธรรมดา ก๋วยเตี๋ยวหมู เกี๊ยวปลา เย็นตาโฟธรรมดา (แบบไม่ใช่ทะเล) ราคาอยู่ที่ 40 – 50 บาท
– หากสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยว/เย็นตาโฟใส่ปู ราคา 80 บาท
– หากสั่งเป็นเมนูเด็ดของเจ๊เพ็ญ คือแบบเน้นเครื่อง ใส่เครื่องมาเต็มชาม มีเนื้อปู กั้งไข่ ก้ามปู ลูกชิ้น เกี๊ยวปลา เลือด แผ่นกุ้งกรอบ ใส่มาเต็มชามจนแทบจะแยกไม่ออกว่ามีเครื่องทั้งหมดกี่อย่างกันแน่ ราคาเริ่มต้นที่ 100 – 150 – 200 บาท (ปริมาณปู/กั้ง เพิ่มขึ้นตามราคา)

น้ำซอสเย็นตาโฟที่ร้านเจ๊เพ็ญ จะไม่ใช้เต้าหู้ยี้ ใช้เป็นซอสแดงแทน เมื่อคลุกเคล้าแล้ว อย่าเพิ่งปรุงเพิ่ม ลองชิมน้ำสูตรของเจ๊เพ็ญก่อน ส่วนใหญ่จะติดใจกับรสชาติที่ปรุงมาให้แล้ว

ระหว่างรอก๋วยเตี๋ยวอย่าลืมสั่ง “ตะกั๋ว” หรือเต้าหู้ทอด ทอดกันสดๆ หน้าร้าน เสริฟมาร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มถั่วป่น กินเล่นพลางๆ มีแบบจานเล็ก 30 บาท และจานใหญ่ 50 บาท

เมนูแนะนำ
– เย็นตาโฟกั้ง-ปู
– เย็นตาโฟรวมมิตร

ข้อแนะนำ
– ควรไปช่วงเช้า – ก่อนเที่ยง เพราะบางทีช่วงบ่ายกว่าๆ ของอาจหมด
– ร้านเจ๊เพ็ญ มีลูกค้าเยอะตลอด บางครั้งอาจต้องรอคิวนาน ทั้งรอคิวโต๊ะนั่ง และรออาหาร
– สาขาแรก ตรงวัดไผ่ล้อม มีที่จอดรถเยอะกว่า และสะดวกกว่าสาขาที่ 2
– สาขา 2 มีหมูชะมวง และหมั่นโถ สำหรับสั่งทานเล่น หมูชะมวงทำเป็นแบบเสียบไม้คล้ายหมูปิ้ง ออกรสเปรี้ยวใบชะมวง กินกับหมั่นโถนุ่มๆ

สวนเคพี การ์เด้น

ในอดีตเมื่อคิดถึงจันทบุรี  ผมคิดถึงพลอยจันท์  วันนี้ เมื่อคิดถึงจันทบุรี ผมคิดถึงแต่เทศกาลของดีเมืองจันท์ มหัศจรรย์ทุเรียนโลก ผมไม่เคยกินทุเรียนมานานกว่า 30 ปี แต่ไปคราวนี้ อดใจไม่ไหวจริงๆ เมื่อได้เห็นทุเรียนพวงมณีแกะบรรจงใส่จานใกล้ๆกับมังคุดราชินีผลไม้ไทย แจมด้วยลำไยกะโหลกไม่มีน้ำฉ่ำแฉะ อร่อยเหลือลิ้นจะทานทน แค่มื้อละ 200 บาทเท่านั้นเอง

แนวคิดการเที่ยวไปในสวนจันท์แล้วกินจนอิ่มนั้นเกิดมานาน แต่ผมก็ใจแข็งไม่เคยไปร่วมด้วยเลย มาหลวมตัวหลวมใจเอาเมื่อได้ไปเห็นและลองดอมดมดูแล้ว กลิ่นไม่รุนแรง ได้ทราบชื่อว่าเธอคือ “พวงมณี” ลองเม็ดเล็กๆที่สุดในจาน  เม็ดหนึ่งยังไม่มั่นใจ ลองอีกเม็ดซิ เชื่อแล้วว่า หอม กรุ่นกลิ่นบางๆ นุ่มเนียนเนื้อละไม เนื้อแทบละลายในพริบตา อร่อยจริงๆเลย

ผมกินไป 5 เม็ด ลืมเรื่องเบาหวานน้ำตาลปริ่มๆ ลืมว่าเราไม่เคยกินทุเรียนมาตั้งกว่า 30 ปี กินได้กินดีทีเดียว 5 เม็ดรวด



“กินทุเรียนแล้วเขาให้กินมังคุดไปด้วย ร้อนจะกลายเป็นเย็น มันแก้กันอยู่ในทีน่ะค่ะ”
ผมเลยกินมังคุดของโปรดไปอีก 7 ลูก ต่อด้วยลำไยกะโหลก เนื้อแน่น หวานกำลังดี แห้งไม่มีน้ำฉ่ำแฉะ เม็ดเล็ก และลองกองหวานๆอมเปรี้ยวนิ๊ดหนึ่งอีกพวง ไม่ได้นับแล้วว่ากี่เม็ด
ผมไปเที่ยวไปชิมไปที่ สวนเคพี การ์เด้น  ม.2 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี 039-323201-10 //089-8330645
คุณอภิรดี ศิริวิจิตรกุล เป็นผู้บริหาร บนพื้นที่สวนผลไม้เมืองจันท์ 9 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย สลพะ ระกำ กล้วยไข่ เนื้อที่สวนกว้างขวางถึง 50 ไร่ ปลอดสารเคมีใช้แต่ปุ๋ยอินทรี จึงเดินไปชิมไปในสวนได้เลย  มีบริการรถจักรยานให้ปั่นไปทั่วสวนได้ด้วย
แต่ละปีเมืองจันท์ผลิตผลทุเรียนออกสู่ท้องตลาดกว่า 217,000 ตันจากสวนทุเรียน 279,923 ไร่   มังคุด 82,000 ตันจากสวน 85,906 ไร่  เงาะ 140,000 ตัน จากสวน 193,596 ไร่  ลองกอง 49,000 ตัน เม็ดเงินที่ไหลหลั่งถั่งโถมเข้ามามหาศาล เป็นเพราะว่าจันทบุรีมีที่ดินเป็นเนินเขาสลับลาย น้ำระบายได้ดี มีปริมาณน้ำฝนเหลือเฟือ ภูมิอากาศและภูมิประเทศอำนวย คนเมืองจันท์จึงโชคดีเหลือแสน ผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งจังหวัดจากการเกษตรกรรม 55%
ยุทธศาสตร์เมืองจันทบุรีจึงมุ่งเน้น การเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ปลอดสารพิษเพื่อยกระดับราคาและความปลอดภัยของผู้บริโภค  ผมและคณะเดินตามคุณอภิรดีไป พบลองกองสุกก็ปลิดลงมากิน ลำไยกะโหลกเนื้อแน่นๆก็ไม่พ้นมือมาร เอ้ย มือที่เด็ดกินได้ มังคุดต้องเก็บทิ้งไว้จึงจะเปลี่ยนสีม่วง อดอีกเหมือนกัน แต่ทุเรียนนั้นเราดูไม่เป็นและแกะก็ไม่เป็นจึงได้กินเท่าที่เขาแกะใส่จานไว้ให้


“เรามีทรัพยากรท่องเที่ยวครบครัน มีสวนผลไม้ให้เลือกเที่ยวและชิม มีโรงแรมเคพี แกรนด์ให้พักแรมในจังหวัด มีศูนย์อัญมณี เคพี เจเวลรี่ เซ็นเตอร์ ให้เลือกซื้อของที่ระลึกได้อย่างมั่นใจ และยังมีเคพีแกรนด์รีสอร์ทที่เกาะกูดให้เป็นอีกทางเลือกของการท่องเที่ยวแบบ โลกส่วนตัว(ไม่เคยไป)”  ค่ำนั้น เรากลับไปพักแรมที่โรงแรมชั้นหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี กลางเมือง

อิสรีย์ ฟาร์มม้าไทย

ไปขี่ม้าและอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ที่ อิสรีย์ฟาร์มม้าไทย


เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมขี่ม้า พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ และนอนหลับฝันดีที่ อิสรีย์ฟาร์มม้าไทย แอนด์ โฮมสเตย์ บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นเป็นธรรมชาติมากๆค่ะ มีโฮมสเตย์ให้บริการในราคาย่อมเยา ,อาหารเครื่องดื่ม ผลไม้สดๆจากต้น ,บริการอาชาบำบัด ,ฟาร์มม้า และบริการขี่ม้าชมสวน สำหรับคุณหนูๆก็ขี่ได้น้า ถือเป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ดีเลยค่ะ
ผลไม้ที่นี่มีทั้งทุเรียน เงาะ ลำไย สับปะรด องุ่น ส้ม มังคุด ฯลฯ คนรักผลไม้กินกันฟินไปเลย
ในช่วงฤดูผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี ทางอิสรีย์ฟาร์มม้าไทยมีบริการบุฟเฟ่ต์ผลไม้ด้วย ราคาเพียง 199 บาท คุ้มจริงๆเลยค่ะ



ทริปอิ่มท้องฤดูผลไม้

หากจะหาทริปเดินทางไปเที่ยวไปเช้าเย็นกลับ ช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นการไปเที่ยวสวนผลไม้ น้ำตก ทะเล ยิ่งทางภาคตะวันออก  อย่างชลบุรี ระยอง จันทบุรี ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักก็เป็นตัวเลือกที่ดีต่อการตัดสินใจ   เดี๋ยวนี้ สวนผลไม้เริ่มมีการจัดบุฟเฟ่ผลไม้  เที่ยวชมสวน  ชิมผลไม้หลากหลายชนิด  บางสวนจัดกิจกรรมเพิ่มเติมเข้าไปทำให้น่าไปท่องเที่ยวยิ่งนัก อย่างสวนที่ดิฉันได้แวะไปเที่ยว สามารถเอาหางบัตรไปแลกหญ้าเพื่อให้อาหารแกะ


เมื่อช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนแห่งหนึ่ง ย่านวังจันทร์ ระยอง  ได้มีโอกาสแวะเข้าไปชมสวนผลไม้ ซึ่งตอนนี้ผลไม้ก็เริ่มออกผลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด รวมไปถึงทุเรียน    ในการทานบุฟเฟ่นั้น ทางสวนกำหนดมาว่า ให้ทานได้ 1.30 ชม. แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้จำกัดเวลา  ใครที่ชอบทานทุเรียนดิฉันว่า งานนี้คุ้มมากๆค่ะ แต่ว่า อย่าลืมทานน้ำมาก ๆ อาจจะร้อนในกันได้   ทริปนี้ หลังจากเรากินผลไม้กันจนอิ่ม ก็เดินชมสวน ให้อาหารแกะ ถ่ายรูปกันจนเพลิน  ก็ได้เวลาเคลื่อนพลเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปของเราคือ น้ำตกเขาชะเมา
ไปถึงน้ำตก ช่วงนี้ น้ำน้อย ใครที่อยากเล่นน้ำ ต้องเดินขึ้นเขาไป ประมาณ 1 กิโลเมตร ประกอบกับอากาศร้อน ยิ่งทำให้บั่นทอนกำลังกาย กำลังใจกันเข้าไปใหญ่  ใครที่จะไปเล่นน้ำตกช่วงนี้ แนะนำให้รอช่วงฤดูฝนค่อยมาจะดีกว่า เพราะน้ำน้อยจริงๆค่ะ  เดินไกล ตอนไปชุ่มเหงื่อ ตอนกลับก็ไม่แพ้กัน


ออกจากน้ำตก เราไปทานอะไรทะเลกันต่อ ที่แถวหาดแม่รำพึง  มีหลายร้านให้เลือกเลย นั่งกินไป ชมวิวไป จนอิ่มก็ได้เวลากลับกรุงเทพ

ค่าใช้จ่ายทริปนี้  ค่าบุฟเฟ่ 300 บาท   ไม่จำกัดเวลา มีทุเรียนหมอนทอง เงาะ มังคุด สละ  ทุเรียนชะนี ขนุน ส้มโอ แตงโม มะม่วง ลำใย ส้มตำ ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน สละลอยแก้ว  น้ำกระเจี๊ยบ   และค่ารถตู้หารกัน อีก 600 บาท  ค่าอาหารทะเลหารกันแล้วแต่จะทาน

มณีแดง โฮมสเตย์

หากใครอยากหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ แล้วตื่นขึ้นยามเช้า พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์จนฉ่ำปอด สนุกกับกิจกรรมากมาย ท่ามกลางผืนป่าชายเลนสีเขียวสบายตา  “มณีแดง โฮมสเตย์” กำลังรอต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคน มาพักผ่อน เติมพลังกายใจ เติมความสุขในวันพักผ่อนด้วยกัน


มณีแดงโฉมสเตย์มีชื่อภาษาอังกฤษเก๋ไก๋ว่า Red Ruby Homestay ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าชายเลนกว่า  40 ไร่!  มีห้องพักให้เลือก 2 แบบ คือ บ้านอบอุ่น เป็นห้องพักจำนวน 8 ห้อง นอนได้ตั้งแต่ 2-4 คน เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนแบบอบอุ่นกับครอบครัว หรือเฮฮากับแก๊งค์เพื่อน หรือแม้แต่ประชุมสัมมนาก็ยังไหว เพราะมีห้องพักกว้างขวาง เตียงใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังมีชานเรือนกว้างขวางที่ทางโฮมสเตย์จัดวางเก้าอี้สำหรับเอนหลังพักผ่อน หรือจะจัดกิจกรรมที่นี่ก็ได้


ส่วนคู่รักหรือครอบครัว แนะนำให้เลือกบ้านพักแบบเป็นบ้านกลางน้ำ มีจำนวนทั้งหมด 9 หลัง แบ่งออกเป็นบ้านกลางน้ำหลังเล็ก จำนวน 4 หลัง นอนได้ 2 คน และบ้านกลางน้ำหลังใหญ่จำนวน 5 หลัง นอนได้ 6-7 คน โดยบ้านทุกหลังตั้งอยู่กลางสระน้ำ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ แถมยังโดดเด่นด้วยสีสันสะดุดตา คือ สีฟ้าสดใส สีส้มเปรี้ยวปรี๊ด ฯลฯ และยังมีระเบียงเล็กๆ ให้นั่งเล่นรับลมแบบชิลล์ๆ เป็นส่วนตัวด้วย
บ้านกลางน้ำ เป็นพักที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และการออกแบบไม่เหมือนที่ไหน ด้วยทางโฮมสเตย์สร้างบ้านไว้ในน้ำ แล้วใช้วิธีทอดสะพานไม้เชื่อมกับตัวบ้าน รวมทั้งตัวบ้านยังกรุกระจกใส เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบตัวกันแบบจุใจตลอดทั้งวัน


มาถึงที่นี่แล้ว นักท่องเที่ยวจะอิ่มจุใจไปกับอาหารทะเลสดอร่อยที่มณีแดงโฮมสเตย์ พร้อมเสิร์ฟอย่างจุใจถึง 3 มื้อ (เที่ยง เย็น และเช้า) โดยเฉพาะคนชอบกินปู กินกุ้ง กินหมึก และอาหารซีฟู้ดตัวใหญ่ๆ  บอกเลยมาที่นี่ฟินสุด ๆ นอกจากอาหารทะเลจะสดหวานราวกับยกขึ้นมาจากทะเลใหม่ๆ แล้ว เขายังเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ที่การันตีความอร่อยแซ่บจนวางช้อนกันไม่ลงอีกด้วย

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุกๆ สำหรับคนรักและเรียนรู้ธรรมชาติมากมายแบบไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา เช่น ขี่จักรยานชมธรรมชาติรอบที่พัก  หรือจะพายเรือคายัคชมธรรมชาติในคลองธรรมชาติบริเวณรีสอร์ท ที่มีเสื้อชูชีพไว้บริการพร้อม ก็ได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบ


หรือใครนึกอยากจะเล่นสนุกเล่นน้ำบริเวณป่าชายเลน หรือปลูกป่าชายเลน ก็สามารถแจ้งกับทางโฮมสเตย์ได้ เขาจะเตรียมต้นกล้าไว้ให้เราปลูกแบบฟรีๆ หรือชมการกู้ลอบจับปูตัวยักษ์ในป่าชายเลนรอบรีสอร์ท  เขาก็มีให้ชมทุกวัน

ส่วนใกล้ๆ โฮมสเตย์ยังมีที่เที่ยวสวยๆ ของเมืองจันทบุรีให้ไปเยือนอีกมากมายเช่น ตึกแดง คุกขี้ไก่ หาแหลมสิงห์ โอเอซีสซีเวิลด์ หรือเนินนางพญา จุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต นั่งเรือไปชมฝูงเหยี่ยวนับพันตัว และหมู่บ้านไร้แผ่นดิน ในพื้นที่ อ.ขลุง เป็นต้น


การมาพักผ่อนที่นี่ นอกจากเราจะได้พักผ่อนกายใจ กินปู กินกุ้งกันแบบอิ่มสะใจสบายท้องแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้เรียนรู้ธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านแบบใกล้ๆ ชิด หากมีโอกาสตต้องไม่พลาดมาเยือนสักครั้ง ยิ่งถ้าเป็นชอบกินปู บอกเลยว่า แค่เห็นรูปปูตัวโตๆ ก้ามใหญ่ๆ ก็อดใจไม่ไหวกันแล้ว

ที่ตั้ง : 8/5 หมู่ 7 ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

โทรศัพท์ : 08-1663-1745

ชิมทุเรียนเมืองจันท์

สวัสดีครับ วันนี้ สนุก!ท่องเที่ยว จะพาไปชมสวนผลไม้เมืองจันทบุรี ที่เป็นแหล่งรวบรวมผลไม้ชื่อดัง
อย่างเช่น ทุเรียน เงาะ ระกำ มังคุต ลองกอง ที่อยู่มาอย่างยาวนานกว่า 100 ปีเลยทีเดียว

“ชุมชนเขาบายศรี” เป็นชุมชนเก่าแก่มีวิถีชีวิตที่ดำรงอย่างเรียบง่าย โดยเศรษฐกิจหลักคือการทำเกษตรกรรม ของทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน

โดยนักท่องเที่ยวทุกท่านจะได้พบกับพืชพันธุ์ผลไม้พื้นบ้านเก่าแก่ที่มีอายุถึง 100 ปีสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

อาทิเช่น ทุเรียนโบราณของเมืองจันท์ “พวงมณี” รวมถึงผลไม้ต่างๆเช่น เงาะ ระกำ ลางสาด ลองกอง กล้วยไข่ มังคุต นั่นเอง


ใครที่หาซื้อผลไม้พื้นถิ่นดั้งเดิมแบบนี้ไม่ควรพลาดเลยนะครับ

ชิมผลไม้หวานๆจากต้น และการเกษตรกรรมของที่สวนผลไม้แห่งนี้อีกด้วยที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นี่

แถมยังได้ความสงบบรรยากาศแบบชาวสวน รวมถึงยังมี “โฮมสเตย์” ให้บริการในบรรยากาศสวนผลไม้ ทำให้เราได้เป็นชาวสวนอย่างเต็มตัวอีกด้วย

อาหารถิ่นเมืองจันท์ที่มาเที่ยวแล้วต้องทาน!

ส้มตำทุเรียน

ความแปลกแหวกแนวของวงการส้มตำ ที่นำเนื้อของทุเรียนมาแทนมะละกอ มีความคล้ายคลึงกันอย่างบอกไม่ถูก ด้วยความกรุบกรอบของเนื้อทุเรียนที่มีเยอะกว่ามะละกออีกด้วย
รสชาติส้มตำไม่แปลกเปลี่ยนไป เป็นการดัดแปลงนำเอาของขึ้นชื่อมาทำเป็นเมนูพิเศษนี้นี่เอง

ชี้เป้า ร้านอาหารจันทรโภชนา

หอยนางรม

ถ้าพูดถึงหอยนางรมสดๆทางจังหวัดจันทบุรีก็ไม่แพ้จังหวัดทางภาคใต้แต่อย่างใด ซึ่งในเมืองจันท์มีฟาร์มหอยนางรม ที่สามารถเพาะหอยนางรมให้มีขนาดตัวที่ใหญ่เนื้อแน่น
โดยใช้เวลาเพาะแค่ 2 ปีตัวหัวนางรมนั้นใหญ่เกือบเท่าหนึ่งฝ่ามือ เมื่อได้ทานแล้วจะร้องขออีกสักตัวอย่างแน่นอนด้วยเนื้อที่นุ่ม กรุบ และสดไม่คาวทำให้หอยนางรมที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน

ชี้เป้า ฟาร์มป้าหลุยลุงทม

ทุเรียนพวงมณี

มาเมืองจันท์ต้องมาทานทุเรียนพวงมณี เราจะได้ยินกันบ่อยๆจากปากต่อปาก เพราะว่าทุเรียนพวงมณีเนี่ยหาทานได้ยากเดินตามกรุงเทพนานๆทีจะมีร้านนึง ซึ่งพวงมณีนี่จะลูกเล็กแต่ความอร่อยนี่กินขาด
โดนความหอมของทุเรียน กับเนื้อไม่แข็งไม่นุ่มจนเกินไป ใครได้ลองจะรู้ทันที่ว่าพิเศษยังไงต้องไปลองกันนะครับ

ชี้เป้า สวนชุมชนเขาบายศรี และร้านผลไม้ในเมืองจันทบุรี

เส้นจันท์ผัดปูนิ่ม

อก็บอกถึงต้นตำรับกันเลย อย่างเส้นจันท์ เป็นการผลิตของตัวเมืองจันท์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วนำมาประยุกต์ผัดกับปูนิ่มสุดอร่อยอารมณ์คล้ายๆกับผัดไทยแต่มีความหวานและมันกว่า
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และใครๆต้องรู้จักกันอย่างแน่นอนกับเส้นจันท์ผัดปูนิ่มนั่นเอง

ชี้เป้า โรงแรมมณีจันทร์และตามร้านอาหารทั่วไปในตัวเมืองจันทบุรี

มัสมั่นไก่ทุเรียน

เป็นการประยุกต์เมนูของชาวจันทบุรีอีกแล้ว ที่นำเอาทุเรียนไปทำมัสมั่น ซึ่งทุเรียนจะทำหน้าที่แทนมันพอนำทุเรียนไปต้มจะทำให้รสชาติคล้ายๆกับมันเลย ที่ลงตัวกับมัสมั่นอย่างหน้าตาเฉย
มีความอร่อย ต้องลองไปทานนะครับแล้วจะติดใจ

ชี้เป้า ร้านอาหารจันทรโภชนา

ริมคลองหนองบัว ขนมควยลิง

ตลาดหนองบัว จังหวัดจันทบุรี เป็นชุมชนริมคลองที่เงียบสงบ บรรยากาศร่มรื่น ทิวทัศน์สวยงามด้วยธรรมชาติแห่งผืนป่าชายเลน วิถีชีวิตเรียบง่าย มีบ้านเรือนไม้แบบโบราณหลายหลังที่เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีตั้งเรียงรายสองฝั่งถนน ลักษณะจะเป็นบ้านทรงสูงโปร่งมีลายฉลุสวยงามคล้ายกับชุมชนย่านท่าหลวง วันนี้ คุณกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง หรือคนที่คุ้นเคยจะเรียกขานว่า ผอ.เกด ให้เกียรติเป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์อาสาพาเราไปเยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนโบราณหนองบัวแห่งนี้ค่ะ

ชุมชนโบราณหนองบัว นับเป็นชุมชมเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี คนหนองบัวส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่อพยพมาจากเกาะไหหลำ คนเก่าแก่ในท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่า ในอดีตบรรพบุรุษของตนได้นั่งเรือสำเภามาจากเมืองจีนมาลงที่ท่าแฉลบ และต่อเรือเล็กมาเพื่อจับจองพื้นที่และตั้งรกรากกันที่นี่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แรกเริ่มเดิมทีชาวบ้านในละแวกนี้มีอาชีพประมงชายฝั่งโดยการวางโพงพาง เมื่อชาวจีนเข้ามาอยู่อาศัยก็ทำการค้าและปลูกผักเป็นอาชีพหลัก ต่อมาราว 30 ปีก่อน ตลาดอัญมณีในจังหวัดจันทบุรีมีความรุ่งเรือง ชาวหนองบัวจึงหันไปประกอบอาชีพทำเหมืองพลอย หลายคนร่ำรวยจากการค้าพลอยจึงทำเป็นธุรกิจแบบเต็มตัว ทำให้ที่นี่กลายแหล่งโกลน และเจียระไนพลอยอีกแห่งหนึ่งของจันทบุรีมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ชุมชนหนองบัวยังเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ มีทั้งสวนเงาะ มังคุด ทุเรียน และยังมีทุเรียนที่แปรรูปแล้วจำหน่ายอย่างแพร่หลาย เช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด


ชุมชนโบราณหนองบัว ถือเป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นในเรื่องการเป็นชุมชนค้าขายเก่าแก่ มีขนมโบราณที่หายาก ซึ่งขนมบางชนิดพบได้ที่นี่ที่เดียว รวมถึงอาหารถิ่นที่มีจุดเริ่มต้นที่ชุมชน ในวันที่เรามาเยือนชุมชนพอดีตรงกับวันงานชุมชนขนมแปลก ริมคลองหนองบัว ซึ่ง ททท.สำนักงานระยอง ร่วมกับ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของนักเดินทาง “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” โครงการอาหารถิ่นตะลุยกินทั่วไทย ผอ.เกด แนะนำว่ามีขนมชนิดหนึ่งที่มีชื่อแปลกและมีขายเพียงเจ้าเดียวในตลาด เราจึงไม่รอช้าที่จะเดินตามหา ไม่นานเราก็เจอ ขนมควยลิง ที่คุณยายมะลิ เคลือบแก้ว กำลังนั่งปั้นขนมทำให้ดูกันแบบสดๆ คุณยายเล่าว่าทำขนมควยลิงขายมากว่า 20 ปีแล้ว ได้รับการสืบทอดมาจากครอบครัว ส่วนผสมก็หาได้ง่ายในท้องถิ่น มีข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว มะพร้าวห้าว เกลือ น้ำตาล และงา ส่วนวีธีทำก็คือนำข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวมาโม่เป็นแป้งผสมน้ำก็จะได้สีออกม่วงอย่างที่เห็น ปั้นเป็นแท่งเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วก้อยใส่ลงไปต้มในน้ำเดือด เมื่อแป้งสุกจะลอยขึ้นมาตักมาคลุกกับมะพร้าว งาและน้ำตาล เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงที่มาของชื่อขนม คุณยายเล่าต่อว่า ในสมัยโบราณไม่มีขนมขายมากมายอย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านจึงมักทำขนมให้ลูกหลานในครอบครัวทานกันเอง เวลาที่ทำขนมนี้จะมีลิงมานั่งยองๆ เฝ้าจนเห็นอวัยวะเพศลิง จึงเป็นที่มาของชื่อขนมจนถึงปัจจุบัน ขนมของคุณยายมะลิจะขายดีมากเพราะนอกจากจะชื่อแปลกสะดุดหูแล้วรสชาติก็อร่อยเหนียวนุ่ม คุณยายบอกว่าปีนี้อายุ 78 ปีแล้ว จะทำขนมนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรงทำ

วังสวนบ้านแก้ว

ความเป็นมาของวังสวนบ้านแก้ว  พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะหาที่ดินเพื่อสร้างพระตำหนักที่ประทับสำหรับพักผ่อนพระ ราชอิริยาบถและทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนั้น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ มีพระราชดำริไว้ ๒ แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดจันทบุรี แต่ที่สุดแล้วก็เลือกจันทบุรี

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจากประเทศอังกฤษ กลับสู่ประเทศไทย ในพุทธศักราช ๒๔๙๒ นั้น รัฐบาลได้ใช้พระตำหนักวังสุโขทัยเป็นสถานที่ทำงานของกระทรวงสาธารณสุข สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงได้เชิญเสด็จสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ไปประทับ ณ พระตำหนักของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในวังสระปทุม ระหว่างนั้นเป็นเวลาที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลปัจจุบันยังทรงพระเยาว์อยู่ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ จึงทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ผ่อนคลายพระราชภารกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันเป็นอันมาก และเนื่องจากทรงมีพระราชหฤทัยที่อ่อนโยน ไม่ต้องพระราชประสงค์ที่จะทรงรบกวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในการ ประทับ ณ พระตำหนักวังสระปทุมนานเกินควรอีกทั้งทรงมีพระราชประสงค์ที่จะประทับในต่าง จังหวัด ด้วยโปรดธรรมชาติและการทำสวน จึงมีพระราชดำริที่จะหาที่ดินเพื่อสร้างพระตำหนักที่ประทับสำหรับพักผ่อนพระ ราชอิริยาบถและทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนั้น


ในการหาที่ดินในต่าง จังหวัดนั้น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ มีพระราชดำริไว้ ๒ แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดจันทบุรี แต่ในที่สุดแล้วทรงสนพระราชหฤทัยจังหวัดจันทบุรี เพราะระยะทางใกล้กว่าและสามารถเสด็จพระราชดำเนินเข้ากรุงเทพฯ ได้ภายในวันเดียว จึงโปรดเกล้าฯ ให้พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์เลขาธิการสำนักพระราชวัง เสาะหาที่ดินในจังหวัดจันทบุรีและได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไป ทอดพระเนตรที่ดิน ซึ่งในระยะนั้นเส้นทางคมนาคมยังไม่สะดวกต้องเสด็จฯไปตามถนนที่ยังไม่ได้ราด ยางเป็นหลุมบ่อ เต็มไปด้วยฝุ่นละออง รถพระที่นั่งกระแทกกระเทือนไปตลอดทางในที่สุดทรงพบที่ที่ต้องพระราชหฤทัยตรง ทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี ด้วยทรงเห็นว่าเป็นสถานที่ซึ่งมีธรรมชาติงดงาม เงียบสงบ ต้องกับพระราชอัธยาศัยของพระองค์ จึงทรงกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อที่ดินสองฝั่งคลองบ้านแก้ว รวมเนื้อที่ ๖๘๗ ไร่ และพระราชทานนามสถานที่แห่งนี้ตามชื่อคลองว่า “สวนบ้านแก้ว”


ใน ระยะแรกนั้น สวนบ้านแก้วยังมีสภาพเป็นป่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการปรับที่ดิน พร้อมกับสร้างที่ประทับชั่วคราวทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงจาก และได้เสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือนไม้หลังเล็กขึ้น ๒ หลัง คือ เรือนเทา ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ส่วนเรือนแดงเป็นที่พกของข้าหลวงผู้ติดตาม และมีเรือนอีกหลังหนึ่งสร้างแบบบังกะโลเรียกว่าเรือนเขียว เป็นที่พักของราชเลขานุการ เรือนทั้งสามหลังนี้นับเป็นอาคารถาวรชุดแรกของสวนบ้านแก้ว